background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปีแห่งเภทภัย

ปีแห่งเภทภัย

“...ปี 57 เป็นปีแห่งการเมือง ปี 58 เราโฟกัสที่เศรษฐกิจ ปี 59 คือปีแห่งภัยพิบัติ.. มี 3 เหตุการณ์สำคัญที่

ควรระวังคือ (1) ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ (2) ภัยก่อการร้ายที่กระทบภาคท่องเที่ยวของไทย (3) แผ่นดินไหวในพม่า..

นี่คือคำทำนายของผู้เขียนในงานสัมมนา “Perfect Storm 2016” เมื่อ 15 มกราคม 2559 ดูคลิปนาทีที่ 51- 56 ()

ปัญหาทะเลจีนใต้เป็นสิ่งที่ชัดเจนมากในทางโหราศาสตร์ เพราะ (1) เส้นทางของสุริยคราส (เต็มดวง) 9 มีนาคม 59 เริ่มต้นที่ใต้ช่องแคบมะละกา เหนือช่องแคบซุนดรา ผ่านสุมาตรา ทะเลชวา แล้วโค้งขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ พาดผ่านทะเลจีนใต้ (2) คราสเกิดที่ 24:51 องศากุมภ์ เล็ง 180 กับเสาร์-ดาวเจ้าเรือนลัคน์ของดวงเมืองจีน และทำมุม 90 กับจุดศูนย์กลางภพ 11 สนิท ภพ 11 คือประเทศเพื่อนบ้าน (3) อังคารเสาร์ที่โคจรร่วมกันทั้งเดินหน้าถอยหลังในพิจิก เบียนเสาร์เดิมซ้ำอีก

สุริยคราสเริ่มต้นในสุมาตรา ครอบคลุมอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และภาคใต้ของไทย มันจึงส่งผลกระทบไปทั้งอาเซียน เมื่อผูกดวง พลูโตเป็นดาวที่มีอิทธิพลสูงมาก ทั้งทำมุมสัมพันธ์กับจุดคราส พลูโตคือการก่อการร้าย ขบวนการใต้ดิน ข่าวก่อการร้ายเกิดขึ้นไปทั่ว เหตุระเบิด7 จังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ของไทยก็อยู่ในข่ายนี้

พลูโตยังหมายถึงพิบัติภัยธรรมชาติ ในวันคราส พลูโตทำมุม 45 กับอังคารพิจิก และทำมุม 90 กับมฤตยูมีน ชี้ถึงเภทภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สุริยคราสมีอิทธิพล (อย่างน้อย) 1 ปี แผ่นดินไหวในพม่าจึงเป็นไปตามอิทธิพลดวงดาว

อันที่จริง คราสเกิดขึ้นทุกปี ปีละ (อย่างน้อย) 4 ครั้ง คราสอาทิตย์ 2 คราสจันทร์ 2 ดังนั้น เราไม่สามารถทำนายปีแห่งภัยพิบัติได้โดยดูเพียงอิทธิพลคราสเท่านั้น มันต้องมีปัจจัยสำคัญอื่นร่วมด้วย

ปัจจัยสำคัญนั้นคือ T-square ของบาปเคราะห์อังคาร-เสาร์-ราหู-เนปจูนในสถิรราศีสิงห์-พิจิก-กุมภ์ ศูนย์กลางของมันคือพิจิก พิจิกคือภพ 8 (มรณะ) ของโลก ซึ่งหมายถึงความสูญเสีย ภัยพิบัติ อังคารเสาร์จรร่วมกันในพิจิก 7 เดือน อังคารเป็นดาวครองราศีพิจิก อังคารเดินหน้าถอยหลังร่วมกับเสาร์คู่ศัตรู ย่อมกระตุ้นพลังT-square ในทางร้าย แม้อังคารยกออกจากพิจิก 18 กันยายน แต่บาปเคราะห์ที่เหลือก็ยังเข้ารูปจนถึงปลายมกราคม 60 เราจึงสรุปได้ว่า ปี 59 คือปีแห่งเภทภัยอย่างแท้จริง

ในบทความ “วงแหวนแห่งไฟ” เมื่อ 29 มกราคม 59 () ผู้เขียนอธิบายว่า สุริยคราส 9 มีนาคม 59 ทับวงแหวนแห่งไฟที่สุมาตราพอดี มีโอกาสสูงที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ผลคือวันที่ 2 มีนาคม เวลาท้องถิ่น 12:50 น. เกิดแผ่นดินไหว (ในทะเล) ขนาด 7.8 ริกเตอร์ที่สุมาตรา

โดยปกติ คราสมีกำลังแรงสุดภายใน +/- 1 เดือน คัมภีร์ฤกษ์ของโหรไทยถือว่าแรงสุดช่วงหน้า 7 หลัง 7 วัน แผ่นดินไหวเกิดช่วงหน้า 7 วันของสุริยคราส เป็นไปตามหลักวิชาและตรงตามคำทำนายทุกประการ

ไม่เพียงเท่านี้ วันที่ 23 มีนาคม 59 เกิดจันทรคราส (เงามัว) ที่ 9:12 องศากันย์ จันทรคราสนี้ไม่รุนแรง แต่มันไปกระตุ้นอิทธิพลจันทรคราส (เต็มดวง) 28 กันยายน 58 ที่ 10:36 องศามีน และอิทธิพลสุริยคราส (เต็มดวง) 20 มีนาคม 58 ที่ 5:23 องศามีนขึ้นมาอีกครั้ง ภายใน 1 เดือนอาจเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก

แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ วันที่ 13 เมษายน 59 เกิดแผ่นดินไหว 6.9 ริกเตอร์ในพม่า อีก 3 วันต่อมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ในเมืองคุมาโมโตะบนเกาะคิวชูของญี่ปุ่น โดยเกิด foreshock ขนาด 6.2 ริกเตอร์ก่อนในวันที่ 14 แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตทรัพย์สินและโบราณสถานมากมาย

  ตั้งแต่ 11 สิงหาคม 59 พฤหัสยกเข้ากันย์ เข้ามุม 150 กับมฤตยูเมษจะเกิดเหตุไม่คาดหมาย ขณะที่อังคารจรเข้ากุมเสาร์สนิทในวรโคตมนวางค์ อันเป็นตำแหน่งเข้มแข็งที่สุดของราศี กระตุ้นพลังของ T-square ให้ระเบิดออกอีกครั้ง ระวังอุบัติเหตุ อุบัติภัย และพิบัติภัยธรรมชาติทั้งหลาย

อังคารกุมเสาร์สนิท 24 สิงหาคม ในเวลา (ท้องถิ่น) 3:37 น. เกิดแผ่นดินไหว 6.2 ริกเตอร์ ที่เมืองแอคคูโมลีของอิตาลี มีผู้เสียชีวิตกว่า 247 คนและบาดเจ็บอีกมาก นี่คือแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งที่ 3 ในรอบทศวรรษ ปี 55 เกิดแผ่นดินไหว 5.8 ริกเตอร์ทางภาคเหนือของประเทศ ปี 52 เกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ มีผู้เสียชีวิต 300 รายโดยจุดศูนย์กลางอยู่ในบริเวณเดียวกับที่เกิดขึ้น 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้นในเวลา (ท้องถิ่น) 2:39 น. เกิดแผ่นดินไหว 6 ริกเตอร์ในอินโดนีเซียในเวลา (ท้องถิ่น) 17:05 น. ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งในพม่าด้วยขนาด 6.8 ริกเตอร์โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมากนัก แต่เจดีย์พุกามก็พังถล่มไปกว่า 200 องค์ เท่ากับว่า 24 สิงหาคมวันเดียว เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ถึง 3 ครั้ง เป็นไปตามอิทธิพลดวงดาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อังคารกุมเสาร์ที่ 15:47 องศาพิจิก คู่นี้ไม่เพียงทำมุม 90 สนิทกับราหูสิงห์และเนปจูนกุมภ์ใน T-Square แต่ยังทำมุม 135 กับมฤตยูเมษอีกด้วย บาปเคราะห์ 5 ดวงทำมุมร้ายกันเยี่ยงนี้ ชี้ชัดถึงพิบัติภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงและหลีกเลี่ยงได้ยาก

ถ้าผูกดวงแผ่นดินไหวในอิตาลี จะได้ลัคน์ที่ 4:06 องศากรกฎ ลัคน์ถูกมุมร้าย 45 จากราหู มุม 90 จากมฤตยู มุม 135 จากอังคารเสาร์เนปจูน บาปเคราะห์ทั้ง 5 ทำมุมร้ายกันและทำมุมถึงลัคน์ ภัยพิบัติย่อมรุนแรงมาก มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ต่างจากดวงแผ่นดินไหวในพม่า ลัคนาอยู่ที่ 12:35 องศามังกร บาปเคราะห์ทั้ง 5 ไม่ได้ทำมุมถึงลัคน์เลย จึงไม่ค่อยมีผู้เสียชีวิต T-Square เกิดขึ้นในภพที่ 2, 8, 11 ความสูญเสียทางเศรษฐกิจกลับรุนแรงกว่า

ไม่เพียงบาปเคราะห์ทั้ง 5 ทำมุมร้ายต่อกัน ที่สำคัญมากอีกข้อคือสุริยคราส (วงแหวน) 1 กันยายน ที่ 15:16 องศาสิงห์ ซึ่งทำมุม 90 สนิทกับคู่อังคารเสาร์ อิทธิพลคราสแรงมากในหน้า 7 หลัง 7 วัน นั่นคือจังหวะเกิดเหตุพอดี

ฤดูคราสเดือนกันยายน 59 นี้ จะมีเภทภัยอะไรอีกหนอ?