ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร...
เรื่องนี้ได้กลายเป็นข้อกังขาของสังคมไปแล้ว หลังจาก น้องชายของ ธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินพังงา ที่ผูกคอเสียชีวิตในห้องขังระหว่างถูกควบคุมตัว บนชั้น 6 อาคารดีเอสไอ ได้ออกมาฟ้องสังคมและตั้งคำถามถึง“ปริศนาการตาย”
000 ข้อสงสัยแรกคือสิ่งที่นำมาใช้ในการ “ผูกคอ” ที่รปภ.ในที่เกิดเหตุชี้แจง “ย้อนแย้ง” กับคำแถลงในเวลาต่อมาของ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ หลังการชันสูตรพลิกศพ ขณะที่รปภ.เล่าว่าเป็นการผูกคอด้วย“เสื้อ” แต่การแถลงกลับชี้แจงเป็นขั้นตอนว่ามีการมัดถุงเท้าเป็นวงกลม นำไปแขวนกับบานพับประตู แล้วสอดหัวเข้าไปเพื่อฆ่าตัวตาย
000 ซึ่ง “ญาติ” ก็ยังตั้งข้อสงสัยต่อไปจากสิ่งที่เห็นว่าร่องรอยที่คอ มีลักษณะเป็นเส้นเล็กมากคล้าย “เอ็นตกปลา”... ปริศนาข้อนี้ก็ยังถูกทิ้งค้างคาเอาไว้ ตามด้วยผลการชันสูตร ที่ระบุว่า“ตับแตก” และพบเลือดออกในช่องท้อง
000 คำอธิบายจากการแถลงชี้ว่าอาจเกิดจากความพยายามช่วยชีวิต ที่มีการปั๊มหัวใจหลายครั้ง...แต่ข้อสังเกตุของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่าการปั๊มหัวใจไม่สามารถทำให้ตับแตก หรือตกเลือดในช่องท้องตามที่ดีเอสไอแถลงได้...และการแจ้งให้ทีมแพทย์ฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือก็บอกเพียงว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ไม่ได้แจ้งว่ามีการผูกคอตาย
000 ที่สำคัญ...การปั๊มหัวใจในการช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ CPR จะทำในตำแหน่งช่องทรวงอกเพื่อให้มีผลต่อหัวใจและปอด ส่วนตับเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องคนละช่อง คนละตำแหน่ง ถูกแบ่งกั้นจากกันด้วยกะบังลม ดังนั้นการปั๊มหัวใจจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องแน่
000 เช่นเดียวกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่บอกว่าการปั้มหัวใจ ถึงผิดพลาดอย่างไรก็น่าจะส่งผลให้หัวใจแตก ซี่โครงด้านหน้าแตกมากกว่า... ข่าวที่ออกมาเป็นการแถลงของดีเอสไอ ซึ่งน่าจะให้แพทย์ผู้ชันสูจน์พลิกศพเป็นคนตอบมากกว่าว่าเจออะไรบ้าง
000 ด้วยข้อมูลและข้อสงสัยทั้งหลายทั้งปวง อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ญาติตัดสินใจ เลื่อนวันเผาศพออกไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อรอความกระจ่าง...ซึ่งเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งทำความเข้าใจทั้งกับครอบครัวผู้สูญเสีย และสังคมที่กำลัง“รอคอย”คำตอบ !!!






