เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานพัฒนา ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
(องค์กรมหาชน) หรือสพธอ., สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ประกาศจัดงานไทยแลนด์ ออนไลน์ เมกะเซลล์ 2016 ลดราคาสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ทางเว็บไซต์ www.thailandmegasale.com ระหว่างวันที่ 1-9 ก.ย. 2559
แน่นอนว่า หนึ่งในจุดประสงค์หลักของงานครั้งนี้ เจ้ากระทรวงอย่างนายอุตตม สาวนายน บอกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะมุ่งนำไอซีทีไปใช้เพื่อให้เกิดผลิตผล (Productivity) ที่จำเป็นต้องช่วยการผลักดันให้เกิดการทำธุรกรรมออนไลน์ เพื่อทำให้อี-คอมเมิร์ซเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ดิจิทัลอีโคโนมี
ขณะที่ ผลสำรวจผู้ซื้อสินค้าและบริการของงานปีที่ผ่านพบว่า มูลค่าการจับจ่ายต่อคนอยู่ที่ 3,857 บาท และเกิดนักชอปหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยซื้อครั้งแรก ผ่านการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 14%
ที่สำคัญ ผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต พบว่าความสนใจซื้อสินค้าออนไลน์ปี 2559 เพิ่มขึ้นถึง 38.4% ขายสินค้าออนไลน์ 22.3% ขณะที่ พฤติกรรมของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2559 พบว่าภาพรวมคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือ 6.4 ชั่วโมงต่อวัน โดยสมาร์ทโฟนยังคงเป็นอุปกรณ์หลักที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 85.5% มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานเฉลี่ย 6.2 ชั่วโมงต่อวันสูงกว่าปี 2558 ที่มีผู้ใช้งาน 82%และใช้งานโดยเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงต่อวัน
การใช้อินเทอร์เน็ตที่กลายเป็นปัจจัยหลัก ของการดำรงชีวิตไปแล้วของคนไทยนั้น ในมุมบวกย่อมสร้างให้อีโคซิสเต็มส์ของเศรษฐกิจยุคใหม่บ้านเรา ให้ทัดเทียม และเป็นสากล มีผลในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นการกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับความต้องการ หรือพฤติกรรมยุคใหม่ๆ ของผู้บริโภคไปในตัว
แต่สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วง มาพร้อมกับความนิยมของการใช้ชีวิตแบบอิงอยู่กับออนไลน์ หรืออินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นปัจจัยสำคัญนั้น คือ ความปลอดภัยในการปกป้อง หรือคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเช่น การทำธุรกรรมต่างๆ
ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนัก ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 ยิ่งต้องการผลักดันให้ใช้อินเทอร์เน็ต หรือทำธุรกรรมออนไลน์ให้มากเท่าไร รัฐ รวมถึงเอกชนที่มีส่วนต้องวางมาตรการป้องกัน มีระบบที่คุ้มครองความปลอดภัยในการเผยแพร่ข้อมูลที่อ่อนไหวให้ประชาชน หรือผู้บริโภคให้มั่นใจ
อย่าเพียงแต่โหมโปรโมทให้คนทำธุรกรรมออนไลน์ แต่รัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอ่อนแอเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ยังไม่รู้เท่าทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มีหลายเคส ที่พิสูจน์ได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการให้บริการประชาชนยังมี “รูรั่ว” ที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่ขออย่าต้องให้“รอ”นานเท่านั้นเอง






