‘อินไซต์’น่าคิด!กลุ่มวัยรุ่นยุคดิจิทัล

ช่วงหลังผมมีโอกาสได้เข้าไปคลุกคลีกับผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่น มัธยมปลาย ไปจนถึงมหาลัย
แน่นอนว่าภาพรวมเราจะเข้าใจว่าเป็นกลุ่ม เทคโนโลยี Savvy ใช้เทคโนโลยีเก่ง มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่สนุกสนาน ชอบ Selfie และดูวีดิโอยูทูบ มีเน็ตไอดอลที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะกลุ่มเกาหลี เด็กวัยรุ่นส่วนมากโดยเฉพาะหัวเมืองมักจะต้องเป็นติ่ง ดารานักร้องเกาหลี ไม่วงใดก็วงหนึ่งแบบยอมเก็บเงินเพื่อซื้อตั๋วคอนเสิร์ต
นี่อาจเป็นการอนุมานจากการเห็นรับรู้จากสื่อ และรอบตัวของเรา ส่วนหนึ่งก็มาจากงานวิจัย ซึ่งก็ถูกต้องครับผมใช้อ้างอิงบ่อยครั้ง และมักพูดถึง Digital Native ผู้บริโภคสัญชาติดิจิทัล หรือรวมไปในกลุ่ม Gen C (Connected Generation)
ผมทำการวิจัย 2 แบบโดยทั่วไป ส่วนหนึ่งคือการดูงานวิจัยที่มีข้อสรุปมาอยู่แล้วถึงภาพรวมพฤติกรรม Insights แต่อีกส่วนที่หนึ่งที่ลงไปทำ ก็คือ การลงไปนั่งพูดคุยคลุกคลีกับกลุ่มเป้าหมายเดินไปหาเขา (ไม่ใช่การ Focus Group) เป็นการไปนั่งฟังเสียงของผู้บริโภค ทำให้รู้อะไรหลายอย่างที่น่าสนใจ อยากนำมาแชร์ให้ฟังเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราจะไม่เห็นในงานวิจัย แต่มีผลกระทบในการวางแผนงานการตลาดให้ตรงใจเด็กสมัยใหม่มากขึ้น
เข้าเว็บไหนประจำบ้าง
เด็กๆ ไม่ได้เข้าเว็บแล้วถ้าไม่เจอแชร์มาใน Feed Timeline หรือเพื่อนส่งมาให้ผ่านแชท ไม่นับการค้นหากูเกิลเพื่อทำรายงาน เด็กมัธยมหลายคนตอนที่ผมเข้าไปนั่งคุยด้วย พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เข้าเว็บ หรือเข้าเมื่อจำเป็นเท่านั้น เมื่อถามว่าเว็บที่เข้าบ่อยมีอะไรบ้างเด็กส่วนมากใช้เวลาคิดมาก สุดท้ายก็จะตอบว่ายูทูบ กูเกิล เฟซบุ๊ค
แต่ตามมาด้วยการบอกว่า ส่วนใหญ่ก็ใช้แอพมากกว่าอยู่ดี น้องๆ บางคนถึงกับบอกว่าพี่ไม่ต้องทำเว็บก็ได้ ไม่ค่อยได้เข้าแล้ว ใช้แอพผ่านมือถือง่ายกว่า
ชอบและไม่ชอบ Selfie ชัดเจน
เรามักเข้าใจว่าวัยรุ่นชอบ Selfie ใช่ไหมครับ แต่เอาเข้าจริงเด็กๆจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจนคือ ชอบ Selfie ไปเลย และไม่ถ่ายรูปตัวเองเลย เด็กส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบเพราะว่าไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากพอที่จะแชร์ ไม่จำเป็นต้องแชร์อะไรออกโซเชียล มีเดีย เน้นแชทกันในกลุ่มเพื่อนมากกว่า
การใช้โซเชียลของเด็กกลุ่มนี้มักมีไว้ส่องเพื่อน บ่น แสดงสเตตัสความรู้สึกส่วนตัว หรือติดตามดาราที่พวกเค้าชื่นชอบเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเด็กไม่ Selfie นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
Line น่าเบื่อ
ผมว่าทุกคนคงเห็นโฆษณาแชทแอพจำนวนมากที่โฆษณา รวมถึง Tie-In ในซีรีส์วัยรุ่น โดยดึงกลุ่มวัยรุ่นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น WeChat , Kakoa, Beetalk และคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นน่าจะเป็นเป้าหมายใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแอพเหล่านั้นแค่ลองเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็ครองใจเด็กๆ ไม่ได้เพราะเพื่อนไม่มีใครใช้
ทุกคนก็คงคิดว่าไลน์เป็นแอพแชทที่เด็กๆ ใช้มากที่สุด แต่สิ่งที่ผมพบคือ Facebook Messenger คือ แอพแชทที่วัยรุ่นใช้มากที่สุด ส่วนไลน์เอาไว้คุยกับครูและพ่อแม่ ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ไม่ค่อยคุยกันในไลน์เด็กๆ บอกว่าไลน์ น่าเบื่อเลยทีเดียว มีเด็กไทยบ้างที่ใช้ Snap Chat เพราะความสนุกของตัวฟีเจอร์ และอาจารย์สมัยนี้ชอบสั่งงาน ส่งการบ้านผ่านไลน์ กรุ๊ป ความน่าเบื่อยิ่งทวีความรุ่ณแรงเข้าไปอีกสำหรับเด็ก
ใช้แอพอะไรในมือถือบ้าง
แอพใหม่ๆ ก็อยากใช้นะแต่ “เมมเต็ม” ในคำถามตอนนั้นผมถามเด็กๆ ว่าใช้แอพอะไรบ้างที่นอกจากแอพโซเชียลพื้นฐาน ทวิตเตอร์ ยูทูบ เฟซบุ๊ค กูเกิล ส่วนมากก็เป็นแอพแต่งภาพ แต่พอถามถึงแอพใหม่ๆ ที่เด็กน่าจะใช้อย่าง Joox กลับได้คำตอบหลายคนว่า เมมในโทรศัพท์เต็ม
การลงแอพใหม่ๆ เป็นเรื่องยากสำหรับเขา ไม่ได้เจอคนสองคนนะครับ แต่เด็กที่มีปัญหาแบบนี้เยอะพอสมควร เป็นปัญหาที่เราไม่เคยได้คิดเลยในมุมนี้
บริบทเชิงพฤติกรรมของเด็กกลุ่มสัญชาติดิจิทัล ยังมีกำแพงและข้อจำกัดอีกหลายๆ ข้อที่น่าสนใจไว้มาเล่าในโอกาสต่อไปครับ สิ่งสำคัญของการหา Insights อาจจะต้องเดินเข้าไปในใจแล้วฟังให้ได้ยินในความต้องการและข้อจำกัดบางอย่าง ถึงแม้จะใช้ Big Data ข้อมูลบางอย่างก็อาจจะไม่สะท้อนออกมาก็ได้ครับ







