พลังประชามติ

พลังประชามติ

นั่งฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

และหัวหน้า คสช. แถลงผ่านทีวีพูล เมื่อวานนี้ สะกิดใจตรงที่พูดคำว่า พลังประชามติ

+++ นายกฯ บอกว่า ขอให้ผู้คิดร้ายต่อประเทศ ยอมรับนับถือกฎหมาย และคำนึงถึง “พลังประชามติ" ที่มาที่ไปที่นายกฯ ขยายความก็คือ ทุกวันนี้ใช่ว่าบ้านเมืองของเราจะปราศจากปัญหาโดยสิ้นเชิง เพราะแม้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายเอกชนที่ร่วมกันทำงานตามแนวทางประชารัฐ จะพยายามคืนความสงบสุขแก่ประชาชน ยุติความขัดแย้ง เยียวยาความบอบช้ำของบ้านเมือง มุ่งมั่นแก้ปัญหาเดิม ๆ และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรม แต่ก็ยังมีผู้ไม่พอใจ หรือผิดหวังกับความปกติสุขเช่นนี้ ยังคงทำลายและทำร้ายประเทศ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ยิ่งกว่าความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไม่หยุดหย่อน

+++ อีกทั้งยังจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน อันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนอย่างรุนแรง โดยทางสื่อออนไลน์บ้าง ส่งข้อความเข้ามาจากต่างประเทศบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องดูแล มิให้ปัญหาเหล่านี้เป็นภยันตรายคุกคามความสงบสุขของประชาชน และความมั่นคงแห่งชาติ

+++ คำว่า พลังประชามติ ที่นายกฯ เอ่ยขึ้นมา ผู้เขียนคิดว่า น่าจะหมายความมาจาก “ผลประชามติ” ที่ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศกว่า 16.8 ล้านเสียง หรือ 61% เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นชอบคำถามพ่วง 15.1 ล้านเสียง หรือ 58.% ขณะที่มีประชาชนไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ 10.5 ล้านเสียง หรือ 38 % และไม่เห็นชอบกับคำถามพ่วง 10.9 หรือ 41.93 ขณะที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติกว่า 29.7 ล้านเสียง หรือเกือบ 60 % จากผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งประเทศกว่า 50 คน

+++ ผลรับร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ถือเป็น เสียงส่วนใหญ่ ของคนทั้งประเทศ ว่าอย่างนั้นเถอะ เพราะฉะนั้น ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ควรจะ“เคารพ”เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างนั้นเถอะ

+++ แต่แม้นายกฯจะขอร้องอย่างไร คนคัดค้าน ก็ยังคัดค้านอยู่ร่ำไป จึงเป็นเหตุผลให้ คสช.ยังต้องคง มาตรา 44” ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไว้ต่อไป

 ........................................

สุทธิจิตต์ ธัญพัทธ์