จากการเปิดเผยก่อนหน้านี้ ของนายอุตตม สาวนายน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ กระทรวงไอซีที จะปรับโครงสร้างกระทรวงเสร็จ และเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. 2559 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 เพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และสอดรับกับแผนงานของรัฐบาลที่มุ่งการบริหารงานเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสำนักงานใหม่ที่จะเพิ่มเติมขึ้นภายใต้โครงสร้างกระทรวงใหม่นี้คือ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นส่วนราชการระดับกรมในสังกัดของกระทรวงใหม่ มีเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีหน้าที่รองรับนโยบายการทำงาน จากคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้จะมีสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นหน่วยงานรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทั้งในรูปแบบให้ความรู้ หาบุคลากร ตลอดจนเงินทุนในการส่งเสริม เพื่อให้โครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังต้องจัดตั้งกองใหม่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการทำงานของสำนักใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น กองนโยบายและแผน อยู่ภายใต้สังกัด สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น
ต่อมานายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที อ้างถึงคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงความเห็นว่า เมื่อ กฎหมายได้ระบุให้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงควรยุบสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า เพื่อให้สำนักงานใหม่ทำหน้าที่แทน เนื่องจากคณะกรรมาธิการเกรงว่า หากซิป้ายังอยู่ปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานานในซิป้าจะยังคงอยู่ และอาจต้องปวดหัวในการแก้ปัญหาต่อไปมากกว่าจะเดินหน้าทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้ คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า ควรจะเริ่มต้นใหม่กับสำนักงานใหม่น่าจะทำงานเดินหน้าตามนโยบายใหม่ได้ดีกว่า
ล่าสุด นายพันธ์ศักดิ์ ยังยืนยันว่า โครงสร้างของกระทรวงใหม่ไม่มีซิป้าอย่างแน่นอน เพราะต้องให้สำนักงานใหม่ทำหน้าที่แทน ส่วนของพนักงานของซิป้า 120 คน ต้องมาดูว่าในโครงสร้างของสำนักงานใหม่ต้องการบุคลากรจำนวนกี่อัตราและคุณสมบัติอย่างไร หากพนักงานเดิมของซิป้าสมัครใจเข้ามาในตำแหน่งที่เปิดรับก็จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำงานเข้ากับโครงสร้างใหม่นี้ได้หรือไม่ ซึ่งจะมีประเมินวัดเกณฑ์การทำงานด้วย ซึ่งขณะนี้สำนักงานใหม่อยู่ระหว่างการรอพ.ร.บ.ผ่านก่อน ถึงจะเริ่มดำเนินการ
กระแสข่าวที่เกิดขึ้นได้สร้างความสับสนวุ่นวายทั้งภายใน และภายนอกอยู่พอสมควร แต่การปรับเปลี่ยนกระทรวงใหม่ และโครงสร้างการทำงานใหม่ พร้อมการมีดัชนีชี้วัดการทำงานของบุคลากรของหน่วยงานนั้น ถือเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้น และปฏิบัติอย่างจริงจัง หลังจากก่อตั้งซิป้าขึ้นเมื่อ 23 ก.ย. 2546 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทย จากแนวคิดช่วงนั้นมองว่า ไทยมีโอกาสพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอุตสาหกรรม มากกว่าพัฒนาฮาร์ดแวร์ แต่จนถึงปัจจุบันงานที่น่าจะเป็นหลักยังไม่ปรากฎเป็นรูปธรรมที่เห็นอย่างเด่นชัด มักมีแต่เรื่องเปลี่ยนตัวหัวหน้าหน่วยงาน เงินงบประมาณที่มีไม่ได้ใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่โดยนำข้อบกพร่อง ผิดพลาดจากอดีตไปปรับปรุงโฉมใหม่ ก็หวังว่าจะได้เห็นอะไรดีๆ เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมอนาคตของประเทศต่อไป






