Uber กำลังจะถูกกฎหมายแล้วในประเทศจีน

Uber กำลังจะถูกกฎหมายแล้วในประเทศจีน

สวนกระแสสังคมโลกแห่งยุคโลกาภิวัตน์ ที่รัฐบาลในหลายประเทศ ยังคงปกป้องธุรกิจจากยุคเดิม

จากการถูกแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ด้วยนวัตกรรมปลาเร็วล้มปลาใหญ่ โดยนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ ที่อาจต้องนำไปสู่การล่มสลายของธุรกิจจากยุคก่อนหน้า ทันทีที่รัฐบาลจีนประกาศว่า Uber กำลังจะถูกกฎหมายแล้ว

แม้ว่าจะไม่ใช่ปรากฎการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็เป็นข่าวดีสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น (Start Up) ของประเทศ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังจะเป็นทั้งบรรทัดฐานและกรณีศึกษา ของการพัฒนาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่ยังไม่ยืดหยุ่น ต่อพัฒนาการของธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบยอดนิยมที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับสตาร์ทอัพในยุคนี้

Uber เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพจากสหรัฐ ที่สามารถสร้างมูลค่าได้ถึง 62,500 ล้านดอลลาร์ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี มีให้บริการอยู่ใน 66 ประเทศทั่วโลกและใช้ทุนเริ่มต้นเพียง 200,000 ดอลลาร์

แนวคิดของ Uber มีรากฐานมาจาก Sharing Economy นั่นก็คือ ใครก็ได้ สามารถนำทรัพยากรที่ตนมีอยู่ มาให้บริการในตลาด สำหรับกรณีของ Uber เป็นการใช้รถยนต์ที่ตนมีอยู่มาให้บริการเป็นรถยนต์โดยสาร โดยลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาและทำธุรกรรมกับคนขับรถ Uber ได้

แม้ว่าคนขับรถ Uber และรถที่นำมาให้บริการส่วนใหญ่จะไม่ได้จดทะเบียนเป็นคนขับและรถแท็กซี่ แต่โดยพฤตินัย Uber เป็นการให้บริการที่คล้ายแท็กซี่ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และเป็นการแข่งขันในตลาดกับอุตสาหกรรมรถแท็กซี่โดยตรง จึงเป็นที่มาของการประท้วงโดยผู้ให้บริการแท็กซี่ ที่ถูกต้องตามกฎหมายและการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

กระทั่งในประเทศไทย ได้มีข่าวคราวของการประท้วงและปราบปราม ทั้ง Uber และบริการในรูปแบบที่คล้ายกัน เช่น GrabTaxi อยู่หลายครั้งหลายหน

ในเดือน พ.ค. กรมขนส่งทางบก ได้มีคำสั่งให้ Uber Moto และ Grab Bike ยุติการให้บริการทันที ด้วยเหตุผลที่ว่าธุรกิจรูปแบบนี้ สร้างความไม่เสมอภาคและความไม่เป็นธรรมให้กับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่เข้าสู่ระบบการจัดระเบียบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผู้ให้บริการและรถไม่ได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้อง

กรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แม้กระทั่งสหรัฐอ จีน เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศษ ฯลฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Uber ก็มีการการประท้วงและปราบปราม Uber อยู่ในหลายพื้นที่

จึงเกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการรถโดยสาร ระหว่างการเลือกใช้ บริการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตแต่ลูกค้าชอบ และบริการที่ได้รับใบอนุญาตแต่ลูกค้าไม่ชอบ เป็นที่แน่นอนว่า การขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็วของ Uber เป็นผลมาจากการให้บริการที่ลูกค้าชอบมากกว่าบริการในรูปแบบเดิม

อย่างไรก็ดีปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศจีน หนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุดของ Uber นั้นก็คือ รัฐบาลได้ออกมาประกาศว่า Uber กำลังจะถูกกฎหมายแล้วและได้ออกกฎระเบียบสำหรับกำกับดูแล Sharing Economy ประเภทรถโดยสารไว้เป็นกรณีพิเศษ โดยมีเนื้อความว่า

    1.รัฐบาลจีนจะสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจประเภท Sharing Economy ซึ่งรวมไปถึงประเภทรถโดยสาร
    2.คนขับรถจะต้องมีประสบการณ์ขับรถไม่ต่ำกว่า 3 ปีรถยนต์
    3.ห้ามมีเกินกว่า 7 เก้าอี้ และห้ามใช้งานเกินกว่า 6 แสนกิโลเมตร
    4.ข้อมูลการใช้งาน จะต้องถูกเก็บบันทึกในประเทศจีนไม่ต่ำกว่า 2 ปี
    5.ธุรกิจ Sharing Economy ห้ามทำแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม เช่น กำหนดราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อทำลายคู่แข่งและยึดครองตลาด

เบื้องแรก Uber ได้แถลงการณ์ตอบรับนโยบายของรัฐบาลจีนในเชิงบวก แต่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอกว่า กฎระเบียบที่ห้ามการกำหนดราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอาจเป็นผลลบกับ Uber เนื่องจากหลากหลายวิสาหกิจเริ่มต้นได้ใช้ยุทธวิธีดัมพ์ราคา โดยยอมขาดทุนเป็นจำนวนมากติดต่อกันหลายปีเพื่อทำลายคู่แข่งและยึดครองตลาด

โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ ย่อมสามารถยอมขาดทุนได้เป็นเวลานาน เบื้องแรกอาจดูเสมือนว่าเป็นสิ่งที่ดีกับผู้บริโภค เพราะเป็นการให้บริการในราคาที่ต่ำกว่าตลาด แต่เมื่อทำลายคู่แข่งและยึดครองตลาดได้สำเร็จ ก็จะสามารถยึดผู้บริโภคเป็นตัวประกันได้ในที่สุด

อีกข้อบังคับให้วิสาหกิจต้องเก็บบันทึกข้อมูลไว้ในภายประเทศจีน เป็นยุทธวิธีสำคัญที่จะกำกับดูแลธุรกิจสตาร์ทอัพให้อยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะธุรกิจอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ให้บริการมาจากนอกประเทศ ทำให้เกิดเป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตและเป็นช่องว่างให้อยู่เหนืออำนาจปกครองของประเทศนั้น การบังคับให้ต้องเก็บบันทึกข้อมูลไว้ในประเทศจีน เป็นการบังคับให้ธุรกิจต้องมีระบบเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์อยู่ภายในประเทศ จึงต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศจีน

นโยบายของรัฐบาลจีน เป็นทั้งบรรทัดฐานและกรณีศึกษาที่สำคัญ สำหรับการพัฒนานวัตกรรมทางกฎหมาย ที่สอดคล้องกับการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และสนับสนุนการสร้าง New Engines of Growth ที่จะเพิ่มความมั่งคั่งให้กับประเทศจีนต่อไป

จึงสมควรติดตามท่าทีของประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยว่าจะมีพัฒนาการต่อจากนี้ไปอย่างไร หลังจากประเทศจีนได้ออกมาสวนกระแสด้วยการสร้างบรรทัดฐานดังกล่าวแล้ว