วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คิดอนาคต อย่าลืมปัจจุบัน

โลกกำลังปรับเปลี่ยน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

ในระบบการผลิต และชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องเกือบจะธรรมดา หรือเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นมากขึ้นๆ ทุกๆ วัน ประเทศไทยพูดถึงประเทศไทย 4.0 หรืออินดัสตรี 4.0 นำเทคโนโลยีเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ จะมีหุ่นยนต์เข้ามาในสายการผลิต แทนการใช้แรงงานคนเช่นในอดีต ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์นั้น การนำหุ่นยนต์มาใช้ในสายพานการผลิตกระทำมาเนิ่นนาน ใครที่เคยไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตเหล่านี้ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือต่างประเทศน่าจะเคยเห็นเคยสัมผัสกันดี แต่กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อาจเป็นเรื่องแปลกใหม่ หากอีกไม่นานคงปรับตัว และเป็นที่คุ้นเคย

ไม่เพียงการต้องปรับตัวรองรับการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ แต่ในสถานการณ์จริงการปรับตัวยังต้องดูถึงภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก การจะลงทุนใหม่ยังรอดูทิศทางว่าจะไปทางใด และประเทศไทยคือตัวเลือกที่จะลงทุนเพิ่มหรือไม่ นี่คือความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ มาตรการจูงใจต่างๆ ที่รัฐบาลจัดให้จะสร้างแรงจูงใจได้เพียงพอหรือไม่ แนวคิดจะพัฒนาคุณภาพการทำงานของแรงงานยุคใหม่ให้สอดคล้องกับการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้อาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์ เพราะปัจจุบันยังมีแรงงานเดิมๆ อีกจำนวนมากที่นโยบายรัฐจะต้องไม่ทอดทิ้งเขาเหล่านั้น ต้องหาทางพัฒนาแรงงานที่มีอยู่ให้ทำงานกับระบบใหม่ได้ มิเช่นนั้น จะเป็นความสูญเสียอย่างมหาศาล

ในโลกแห่งความเป็นจริงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ที่เรียกได้ว่าคุ้นเคยกับการผลิตกึ่งเครื่องจักรกึ่งมนุษย์มายาวนาน แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน แรงงานในอุตสาหกรรมนี้ก็ต้องออกจากงานเดิมๆ ยกตัวอย่างโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ที่ไทยเคยเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของโลก แต่ปัจจุบันคงกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ แม้การผลิตและความต้องการใช้งานฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟยังคงมีอยู่ หากเทคโนโลยีแตกต่างจากเดิม ความนิยมไปอยู่ที่โซลิดสเตท (เอสเอสดี) ที่ใช้ชิพวงจรรวมประกอบกันเป็นหน่วยความจำจัดเก็บข้อมูลแบบถาวร สร้างขึ้นด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีชิ้นส่วนจักรกลที่เคลื่อนที่เหมือนฮาร์ดดิสก์เดิมที่ใช้จานแม่เหล็กหมุน ขณะที่โรงงานในไทยเป็นการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟแบบเดิมๆ ส่วนโรงงานผลิตโซลิดสเตทนั้นอยู่ประเทศอื่น ดังนั้น สถานการณ์ในไทยจึงมีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว แต่เป็นความจริงว่าโรงงานฮาร์ดดิสก์ในไทยทยอยเลิกจ้างพนักงาน จัดแพ็คเกจจูงใจพนักงานลาออก ตลอดจนการไม่จ้างงานใหม่

การจะพัฒนาประเทศ พัฒนาอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ยาวไกล และรู้จริง กระทำบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง และเทคโนโลยี ไม่ใช่ไม่ดูงานเมืองนอกเพียงผิวเผิน แล้วมานั่งนึกคิด จินตนาการวางแผนฟุ้งเฟื่อง ต้องฟังเสียงตัวจริงจากภาคอุตสาหกรรม ที่สะท้อนชัดเจนว่า แนวโน้มการจ้างงานน้อยกว่าการลดพนักงาน ก็เท่ากับการลดพนักงานนั้นเกิดขึ้นจำนวนมาก การจ้างงานใหม่แทบไม่มีหรือมีน้อยลง คนที่ทำงานอยู่เดิมเงินโอทีหรือค่าทำงานล่วงเวลาลดลง ก็ทำให้จำนวนคนลาออกเพิ่มสูงขึ้น ทั้งมีแนวโน้มว่าภายใน 3-5 ปีนี้การลดคนจะชัดเจนขึ้น การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้จะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การลงทุนนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้จะมีมากขึ้น ภาพอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเปลี่ยนไป ทักษะการทำงานเดิมๆ ไม่ใช่คำตอบของการทำงานยุคใหม่ ใครที่ปรับตัวได้คือผู้รอด ซึ่งระดับแรงงานนั้น ผู้ที่จะช่วยให้เขารอด มีรายได้ยังชีพต้องวางเป็นนโยบายจากรัฐ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาสะเปะสะปะหาทางออกโดยลำพังตัวเอง เพราะสถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ของโลก การปรับตัวของโลกยุคใหม่ที่ต้องหาทางออกร่วมกัน ระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และต้องคำนึงถึงอนาคตที่อายุประชากรจะเพิ่มมากขึ้นที่กล่าวกันถึงสังคมสูงวัย เมื่อมีอายุยาวนานขึ้น รายได้ที่จะใช้ยังชีพก็ต้องมีรองรับ