วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช้อปช่วยชาติภาคโอท็อป

แคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นจากภาครัฐ

  ภายใต้โครงการ "ช้อปช่วยชาติ" ผ่านมาตรการภาษี ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม “สินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์” หรือ “โอท็อป”  ซึ่งการใช้จ่ายของประชาชนสามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการซื้อสินค้าโอท็อปตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-31 ส.ค. นี้ เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม

โดยผู้ขาย หรือ สินค้าโอท็อป นั้นๆ ต้องได้รับการรับรองและลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน และต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-31 ส.ค. 2559 โดยใบกำกับภาษีต้องระบุรายการว่าเป็นสินค้าโอท็อป

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งสิ้น 40,000 ราย เป็นโอท็อปชุมชน 25,234 ราย ผลิตโดยผู้ประกอบการรายบุคคล 14,154 ราย และเอสเอ็มอี เงินลงทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท 614 ราย ผลิตสินค้า ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของใช้เครื่องประดับตกแต่ง ของที่ระลึกและสมุนไพร รวมประมาณ 80,000 รายการ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์โอท็อป มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี

มาตรการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลประโยชน์โดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะสามารถกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เรียกว่าลงสู่ระดับฐานราก ที่มีปัญหาทางด้านรายได้และกำลังซื้ออย่างมากในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากมาตรการนี้ว่า จะส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจในการซื้อสินค้าโอท็อป ในเดือน ส.ค. 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์สำคัญของมาตรการครั้งนี้ นอกเหนือจากสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบแล้ว ยังเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี เจ้าของผลิตภัณฑ์โอท็อปเหล่านี้ เข้าสู่ “ระบบภาษี” อย่างจริงจัง นับเป็นโจทย์ใหญ่!! แต่ก็มีคำถามตามมามากมายว่า... ช่วงเวลาอันสั้นและกระชั้นชิดไม่น้อย จะเอื้อต่อผู้ประกอบการโอท็อปเข้ามาสู่ระบบ และพร้อมขายให้ผู้ซื้อสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ อย่างไร

ปัญหาของผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องบูรณาการอย่างเร่งด่วน นั่นคือ ช่องทางในการเข้าสู่ระบบ และการเตรียมความพร้อมในการออกใบกำกับภาษี โดยเฉพาะโอท็อปรายเล็กๆ ระดับร้านค้าชุมชน ซึ่งมีจำนวนมากจะเตรียมตัว เตรียมการ รับโอกาสทางทางการตลาดเช่นนี้อย่างไร

นอกจากนี้ นิยามคำว่า “โอท็อป” ครอบคลุมขนาดไหน อะไรคือ โอท็อป และ ไม่ใช่โอท็อป ท้ายที่สุด มาตรการนี้อาจเกื้อหนุนเฉพาะผู้ผลิตสินค้าโอท็อป “รายใหญ่”  เท่านั้น!!

  แต่หากมองในเชิงเศรษฐกิจและบรรยากาศซื้อขายที่อึมครึมไปทุกภาคส่วน แน่นอนว่า “ทำ” ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย!!