เหลือเวลาอีกเพียง 19 วัน จะถึงวันหย่อนบัตร
“ประชามติ”ร่างรัฐธรรมนูญ...
ยิ่งใกล้เข้ามาการเคลื่อนไหวของกลุ่ม“ต่อต้าน” ก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มการเมือง ที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
รวมไปถึงการเคลื่อนไหว“ใต้ดิน” ที่มีการเผยแพร่ “ร่างรัฐธรรมนูญปลอม” อย่างคึกคักในภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งล่าสุดมีการส่งจดหมายโจมตีร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ หลายพันฉบับในพื้นที่เชียงใหม่ และลำปาง
เนื้อหาในจดหมายพยายามบิดเบือนว่าหาก“เห็นด้วย” กับร่างรัฐธรรมนูญ อาจเสียสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 3 เรื่อง ทั้งสิทธิในการรักษาพยาบาลฟรี ที่จะ“ยกเลิก”นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงสิทธิในการรับเบี้ยสูงอายุ และสิทธิในการ“เรียนฟรี”
3 เรื่องนี้ ทั้งอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะผู้ร่างรธน. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง ออกมาชี้แจงนับครั้งไม่ถ้วน ว่า“ไม่เป็นความจริง” และเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดี
จึงเป็นคำถามว่าทำไม? เรื่องเหล่านี้จึงถูกหยิบยกมาบิดเบือนได้อีก...
นั่นเพราะทั้ง 3 ประเด็น เป็นเรื่อง“ใกล้ตัว”ชาวบ้าน เป็นสวัสดิการของรัฐในการดูแลประชาชนตั้งแต่“เด็กจนแก่”
ที่สำคัญเป็นนโยบายที่“พรรคการเมือง”เคยใช้หาเสียงและได้รับความนิยม การพยายามชี้ว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ให้ความสนใจ จึงเป็นการ“เปรียบเทียบ”ที่มีนัยสำคัญ
แต่ขณะเดียวกันอาจต้องยอมรับว่าบางถ้อยคำในร่างรัฐธรรมนูญ ก็อาจเปิดทางให้หยิบไปสร้างความเข้าใจผิดๆ ได้
อย่างเช่นเรื่องสิทธิรักษาพยาบาลฟรี ตามมาตรา 47 ที่มีข้อความ “บุคคลยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” อาจเป็นช่องให้ตีความว่ารัฐจะดูแลเฉพาะผู้ยากไร้ และลามไปถึงการยกเลิก“30 บาทรักษาทุกโรค”
ทำนองเดียวกับ“เบี้ยผู้สูงอายุ”ตามมาตรา 48 ที่กำหนดว่าจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ และมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ
รวมทั้งเรื่องสิทธิเรียนฟรีของลูกหลาน ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 54 ระบุว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน...” ที่ถูกตีความว่ารัฐจะสนับสนุนเรียนฟรีเพียงแค่ชั้น ม.3 เท่านั้น
ทั้งหมดนั้นทั้ง กรธ.และ กกต.จะต้องเร่งบอกกล่าว ก่อนวันหย่อนบัตร 7 สิงหาคม !!!






