วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมกะโปรเจค'หัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไร

ก็ผ่านครึ่งปีแรก 2559 มาแล้ว เริ่มต้นไตรมาส3 เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางปัจจัยลบมากมายทั้งในและนอกประเทศ 

ครึ่งปีหลัง 2559 หลายคนมีความหวังเรื่องเศรษฐกิจจะขยับฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรก จะเป็นเช่นนั้นได้หรือไม่ คงต้องรอติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด แต่หากประเมินจากบรรยากาศทางธุรกิจ ทางการตลาด สัญญาณเศรษฐกิจชะลอยังมีให้เห็นชัด ไม่ว่าจะเป็นเกมกลยุทธ์การตลาดในกลุ่มสินค้าและบริการ ที่ยังคงเดินหน้ากิจกรรมช่วงชิงยอดขาย แบบโปรโมชั่นหั่นราคาลดแล้วลดอีก ยังมีให้เห็นในทุกหมวดหมู่สินค้า 

ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านและรถยนต์ สินค้าชิ้นใหญ่ในชีวิต ที่การซื้อต้องวางแผนเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งโดยปกติจะไม่นิยมใช้แคมเปญราคามาเป็นตัวเร่งการตัดสินใจมากนัก เพราะเป็นสินค้าที่คนต้องวางแผนก่อนซื้อ แต่ก็ยังไม่วายนำเกมหั่นราคามาเป็นตัวกระตุ้น โชว์ตัวเลขส่วนลดสูงที่สุดในประวัติการณ์ เช่น รถเก๋งหรู บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรีส์ 7 รุ่นใหม่เอี่ยมอ่องยังลดราคาขายลงเกือบ 1 ล้านบาท ขณะที่บ้านและคอนโด เกมลดราคาขายดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แถมมีกลยุทธ์ใหม่ให้ทดลองอยู่ฟรี 1 ปี ช่วยผ่อนใน 1-2 ปีแรก เพื่อเร่งการตัดสินใจของลูกค้าด้วย

แคมเปญเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าตลาดยังไม่ฟื้นคืนกลับมาอย่างที่หวัง สินค้าและบริการจึงจำเป็นต้องอัดโปรโมชั่นแรงและแปลกใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เรียกว่าตีฆ้องร้องเป่ากันรัวๆ ปลุกเร้าตลาดกันสุดฤทธิ์เลยทีเดียว ในภาคส่วนของธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการสินค้าทั้งใหญ่และเล็ก พกกลเม็ดเคล็ดลับลงสนามช่วงชิงตลาดกันอย่างดุเดือด

มาดูฝั่งของภาครัฐกันบ้าง เห็นภาพคล้ายกันคือไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เดินหน้าขยายการลงทุนหวังส่งเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เมกะโปรเจคท์ภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถนน สะพาน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง และอีกหลายต่อหลายโครงการสาธารณูปโภค หวังให้เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบ

แต่โครงการใหญ่ของภาครัฐ กว่าจะขยับได้แต่ละโครงการต้องมีขั้นตอน ระบบ ระเบียบ กรอบเวลาดำเนินงาน ดังนั้นโอกาสที่หวังคงยังไม่เห็น ณ วันที่ประกาศแผน ซึ่งเราจะเห็นว่าตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน มีหลายโครงการได้รับการอนุมัติแผนดำเนินงาน แต่ก็ยังอยู่ในแผนงานไม่ได้ออกสู่ตลาดจริงในทันทีทันใด กว่ากลไกเมกะโปรเจคจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6-12 เดือน ในกรณีที่โครงการไม่มีปัญหา แต่หากโครงการใดมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้วยแล้ว หัวจักรเหล่านี้อาจนิ่งสนิทไปเลยก็เป็นได้ แต่ภาคเอกชนก็ยังคงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนกันต่อไป 

ชั่วโมงนี้จึงอยากขอให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาการพัฒนาโครงการ เดินหน้าให้ได้ตามแผนเพื่อร่วมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน ในชั่วโมงที่ปัจจัยรอบด้านเต็มไปด้วยสัญญาณลบทั้งในและนอกประเทศ เมกะโปรเจคท์เม็ดเงินนับแสนล้านบาทเหล่านี้ หากขับเคลื่อนได้เกินกว่าครึ่งก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วยกันได้