นักการเมืองแสดง‘กิริยามารยาท’สวยงาม
ไม่ว่าจะขัดแย้งกันทางความคิดกันเพียงใด ต่อสู้เพื่อชิงชัยตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดของประเทศกันอย่างเข้มข้นอย่างไร นักการเมืองอังกฤษก็ยังรักษา “กติกามารยาท” ของความเป็น “สุภาพบุรุษ-สุภาพสตรีอังกฤษ” อย่างน่าพิเคราะห์
เดิมทีเมื่อนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังผลประชามติให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งแย้งกับจุดยืนของเขา ก็ทำท่าว่าการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม เพื่อเลือกคนมาเป็นนายกฯคนใหม่ จะยืดยาวไปถึงเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย
แกนสำคัญในพรรครัฐบาลเองก็มีความเห็นแย้งกัน ในเรื่องว่าควรจะลงมติเห็นพ้อง หรือแย้ง Brexit จึงคาดเดากันว่า Boris Johnson อดีตนายกเทศมนตรีลอนดอน ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายให้อังกฤษหย่าขาดจากอียู น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯแทนคาเมรอน
แต่เขาก็ขอถอยฉากเพราะมีเรื่องราวไม่สวยระหว่างเขากับผู้นำพรรคคนอื่น เหลือคู่แข่งเป็นผู้หญิงที่เป็น ส.ส. โดดเด่นสองคนคือ Andrea Leadsom กับ Theresa May ท่ามกลางความสับสนอลหม่านที่ไม่รู้ว่าผลพวงจากการลงประชามติ จะกระทบเศรษฐกิจและการเมืองของอังกฤษอย่างไร
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน แอนเดรีย ลีดซอม รัฐมนตรีช่วยพลังงานก็ประกาศถอนตัว ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้กระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ (ซึ่งจะเป็นนายกฯโดยอัตโนมัติ) ยืนยาวไปอีกหลายสัปดาห์อันจะมีผลทางลบต่อบ้านเมือง จึงขอถอยให้คู่แข่งคือ เทเรซ่า เมย์รัฐมนตรีมหาดไทย เป็นผู้ชนะไปโดยไม่ต้องมีการประลองกำลังกันอย่างดุเดือด
ข่าวออกมาได้ไม่กี่ชั่วโมง นายกฯคาเมรอน ที่เดิมประกาศว่าจะก้าวลงจากตำแหน่งในอีกสองเดือนข้างหน้า ก็ให้สัมภาษณ์ว่าขอประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารเป็นครั้งสุดท้ายและจะลาออกวันพุธ เพื่อให้เย็นวันนั้นมีนายกฯใหม่ที่ชื่อ เทเรซ่า เมย์ทันที
เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเดินหน้าไปโดยไม่สะดุด เพราะหากตัวเก็งยัง “เล่นการเมือง” ภายในพรรคเพื่อชิงไหวชิงพริบให้ตัวเองได้ชัยชนะในการแข่งขัน แทนที่ประเทศจะมีผู้นำคนใหม่เพื่อลงมือแก้ปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอนหลังการลงประชามติ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องการยื้อแย่งอำนาจของนักการเมือง
นักการเมืองที่ดีและรับผิดชอบเขาไม่ทำอย่างนั้น
นักข่าวแอบได้ยิน คาเมรอน ฮัมเพลงด้วยอารมณ์ดีระหว่างเดินเข้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่งอันเป็นทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ก่อนจะออกมาประกาศลาออกฉับพลัน... คงเพราะโล่งอกที่ไม่ต้องรับภาระหนักอึ้ง อันเกิดจากการที่รัฐบาลอังกฤษต้องเปิดทางเจรจากับสหภาพยุโรป เพื่อทำสัญญาการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ด้านอื่น ๆ ใหม่หมด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปีสองปีจึงจะสู่ภาวะปกติได้
นายกฯคนใหม่ก็รับลูกอย่างกล้าหาญ ประกาศทันทีว่า พร้อมจะรับหน้าที่อันหนัก แม้ว่าตัวเองจะเคยแถลงจุดยืนว่ าต้องการให้อังกฤษอยู่กับอียูต่อ แต่เมื่อผลประชามติออกมาเช่นนี้ก็ต้องเดินหน้าตามนี้
“Brexit is Brexit. And we are going to make a success of it.”
เธอยืนยันว่า Brexit ก็คือ Brexit ไม่มีการถอยหลังหรือเลี้ยวกลับหรือลงประชามติครั้งที่สองได้ เมื่อมติมหาชน (52% ต่อ 48% ให้ออกจากอียู) ออกมาก็ต้องเดินหน้าทำให้สำเร็จ
“ดิฉันในฐานะนายกฯคนใหม่ จะทำให้คนทุกคนในประเทศได้ประโยชน์มากที่สุด จะไม่ทำงานให้แต่เพียงคนบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น...” นายกฯหญิงคนที่สองหลังจากมาการ์เร็ต แทชเชอร์ สร้างตำนาน “หญิงเหล็ก” ของอังกฤษก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อปี 1990 ประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด
น่าศึกษาครับ เมื่อบ้านเมืองเข้าจุดคับขัน เขาแยกความแตกต่าง ทางความเห็นกับการทำงาน เพื่อประโยชน์ของชาติได้อย่างชัดเจนเด็ดขาดและฉับพลัน
อังกฤษไม่มีศรีธนญชัยครับ






