วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความมุ่งมั่นของเด็กไทยสู่อาชีพตุลาการ

อาชีพผู้พิพากษาตุลาการ ดูจะเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของเด็กไทยจำนวนมาก..

เพราะถึงพร้อมทั้งด้านเกียรติยศ ศักดิ์ศรี การยอมรับนับถือ อีกทั้งเงินเดือนและค่าตอบแทนก็ถือว่าสูงสุดในหมู่ข้าราชการไทยทุกประเภท เฉลี่ยนับแสนบาทต่อเดือน

เป็นหนึ่งในไม่กี่อาชีพที่ไม่จำกัดพื้นฐานที่มาที่แตกต่างกัน...มีตั้งแต่ขั้นต่ำสุดจบปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต ถึงขั้นสูงสุด จบปริญญาเอกกฎหมายจากต่างประเทศ ทุกคนที่สอบผ่านเนติบัณฑิตไทย (นบท) และมีคุณสมบัติอย่างอื่นครบ มีสิทธิเท่ากันที่จะเข้าสู่อาชีพตุลาการ

และอาจจะเป็นหนึ่งเดียวที่ผู้สอบที่ใช้สิทธิปริญญาตรีเข้าสอบในสนามใหญ่ จะได้รับการบรรจุก่อนคนอื่น พร้อมกับผู้สอบที่ใช้สิทธิปริญญาโทในสนามเล็ก และปริญญาเอกในสนามเล็กพิเศษ (สนามจิ๋ว) ซึ่งผู้ผ่านการสอบสนามเล็ก ได้รับการบรรจุตามมา และผู้ผ่านการสอบสนามเล็กพิเศษ จะได้รับการบรรจุท้ายสุด แม้ว่าการสอบทั้งสามสนามสอบ จะสอบพร้อมกัน วันเวลาเดียวกัน ข้อสอบวิชาหลักเป็นชุดเดียวกัน หรือแม้แต่คะแนนผู้สอบผ่านสนามเล็กหรือสนามเล็กพิเศษ จะสูงกว่าผู้ที่ผ่านการสอบสนามใหญ่ ก็ตาม ก็ต้องต่อท้ายตามระเบียบ

หลายต่อหลายคน เริ่มต้นชีวิตด้วยความลำบากยากแค้น ตีนถีบ ปากกัดต่อสู้ชีวิตเอาตัวรอด ผู้พิพากษาหญิงบางคนเริ่มต้นจากการเป็นสาวโรงงาน ผู้พิพากษาชายบางคนเริ่มมาจากเด็กอู่ซ่อมรถ และแม้กระทั่งผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งของการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 66 ล่าสุด ก็มีเชื้อสายชาวเขาเผ่าม้ง บวชเณร เรียนหนังสือทั้งทางโลก ทางธรรม ตีนถีบปากกัด...กว่าจะมาถึงวันนี้ได้

จริงๆ แล้ว อาชีพอื่น ก็คงไม่แตกต่างกันมาก เพียงแต่อาชีพตุลาการ มีการแข่งขันกันสูงมากแต่ละปี ผู้จบนิติศาสตร์บัณฑิตหลายหมื่นคน มีเพียงแค่นับพันคนที่สอบผ่านเนติบัณฑิตไทย และผู้จบเนติบัณฑิตทั่วประเทศนับหมื่นคนเข้าสนามสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา มีเพียงหลักร้อย หรือไม่ถึงร้อย ที่สอบผ่าน เรียกว่า หนึ่งในร้อย หรือหนึ่งในหมื่น ถ้าเทียบกับผู้จบปริญญาตรี

หลายคนที่ผ่านเข้ามา เรียนหนังสือแบบอ่านเอง อยู่บ้าน ทำงานด้วย เรียนด้วย และจบจากมหาวิทยาลัยเปิด ด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่สามารถต่อสู้สอบผ่าน เอาชนะผู้ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยปิดสถาบันเก่าแก่มีชื่อเสียงได้ อย่างน่าทึ่ง

น่าสังเกตว่า การสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ไม่มีการกำหนดจำนวนรับบรรจุในแต่ละครั้ง นั่นคือ ถ้าสอบผ่านได้คะแนนถึงร้อยละห้าสิบขึ้นไป ก็จะได้รับการบรรจุทั้งหมด แต่ก็อย่างที่เห็น เข้าสอบเรือนหมื่น สอบผ่านเรือนร้อย เท่านั้นเอง

อยากให้เด็กไทยคนอื่นๆ มุ่งมั่น เหมือนผู้ที่สอบผ่านเหล่านี้..

แล้วประเทศไทย ก็คงไม่มีปัญหาเรื่องความสามารถในการแข่งขันกับชาติอื่น