ฤดูฝนตกขี้หมูไหล?

ฤดูฝนตกขี้หมูไหล?

ยังไม่ทันได้ยินเสียงปี่เสี่ยงกลอง แต่บรรดานักมวยค่ายต่างๆ

 กลับอดใจไว้ไม่ไหว เพียงแค่ได้ข่าวว่า โปรโมเตอร์ใหญ่จัดศึกมวยแค้นข้ามภพข้ามชาติ ก็ชิงเปิดตัวกันอึกทึก

บ้านเมืองเรา นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 อาณาประชาราษฎร์อยู่ใต้การปกครองของ “นักแต่งตั้ง” เป็นส่วนใหญ่ หรือที่เรียกตามภาษาวิชาการว่า “ระบอบอำมาตยาธิปไตย”

“อำมาตยาธิปไตย” เป็นระบอบการเมืองที่ปกครองของข้าราชการ โดยข้าราชการ และเพื่อข้าราชการ

แม้ในห้วงเวลานั้น จะมีการเลือกตั้งผู้แทนฯบ้าง แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนคู่มวยคั่นเวลา

จวบจนถึงช่วงเวลาประชาธิปไตยเบ่งบาน “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517” ได้ทำคลอดเผ่าพันธุ์ นักเลือกตั้ง ที่มีรากเหง้ามาจาก “นายทุนชาติ” และ “พ่อค้าภูธร” ตบเท้าเข้าสู่สภามากกว่า 70% ของสภาผู้แทนฯ

หย่งคุน แซ่ตั้ง กำนัน ต.หัวดง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เจ้าโรงกลั่นต้มเหล้าที่ใหญ่ในภาคเหนือตอนล่าง ได้จัดตั้ง “พรรคพัฒนาจังหวัด” โดยตัวกำนันหย่งคุน เป็นหัวหน้าพรรค

ตังฮั้ว มังกรอีสานใต้ เอเย่นต์เหล้าขาว เจ้าโรงน้ำแข็งรายใหญ่ในสุรินทร์ และอุบลราชธานี ได้จัดตั้ง “พรรคประชาธรรม” ที่มี “ตังฮั้ว” เป็นหัวหน้าพรรค

นี่คือตัวอย่างของนักเลือกตั้ง ยุคสมัย มังกรภูธรผงาด

แม้จะเป็นยุคทองช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันได้วางรากฐานให้ “ทายาทมังกรบ้านนอก” ได้ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นชนชั้นปกครอง โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้งในช่วงเวลาถัดมา

ปี 2523 -2531 เป็นห้วงเวลาที่ “นักเลือกตั้ง” ปรับตัวเองให้อยู่ในสถานการณ์ “อำมาตย์เป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

ภาวะอิหลักอิเหลื่อทางการเมือง ได้สร้างนักเลือกตั้งสายพันธุ์ใหม่คือ นักเลงบ้านนอก ขึ้นมาทาบรัศมีเหล่าทายาทมังกร

นักเลือกตั้งสายนักเลงบ้านนอก มีเพียง “เสื่อผืนหมอนใบ” ได้เติบโตบนเนื้อดินของ “อำมาตย์คนดี” จึงได้สะสมทุนจนกลายเป็น “ผู้มีบารมี” ในพรรคการเมือง

จากยุค “มังกรบ้านนอกผงาด” ถึง “นักเลงบ้านนอกผยอง” การเมืองไทยยังไม่ไปทางไหน เหมือนจะมาไกล แต่ก็ยังอยู่แค่จุดเริ่มต้น

สองปีข้างหน้า บรรดา อำมาตย์คนดีได้ออกแบบโฉมหน้าการเมืองไทยไว้แล้ว โดยมีกลุ่มนักเลือกตั้ง นักเลงบ้านนอกจะเป็นฐานสนับสนุน

การออกแบบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ “พรรคสภา” เป็นเบี้ยหัวแตก ย่อมส่งผลดีต่อประชาธิปไตยครึ่งใบ และสถานการณ์ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน”

อนาคตประเทศไทย จะไม่มีวันหวนกลับไปสู่ยุคฝนตกขี้หมูไหล นี่คือความฝันของ ขุนศึกแห่ง คสช.