สาธารณสุขดิจิทัล ต้องเพิ่มสุขประชาชน

สาธารณสุขดิจิทัล ต้องเพิ่มสุขประชาชน

ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ

 พุทธศาสนสุภาษิตที่แพร่หลาย เป็นหลักแห่งความจริงข้อหนึ่งที่หลายคนยอมรับ การมีสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน ทำให้รัฐลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพทั่วทั้งประเทศ ซึ่งแนวคิดนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาบูรณาการการดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชากรน่าจะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุคสมัย และเทคโนโลยี จากปาฐกถาพิเศษเรื่อง“พลวัตแห่งโลกสาธารณสุขด้วยการใช้เทคโนโลยี” ที่ น.พ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวงานอบรมสัมมนาทางวิชาการ และแสดงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่องานสาธารณสุขและการแพทย์ (Healthcare Technology Summit 2016) ว่ายุคปรับเปลี่ยนจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล เป็นสารสนเทศข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจะรวดเร็วมากขึ้น เช่น โรคที่มาใหม่ โรคซิกา การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเข้าถึงปัญหาให้เร็ว และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยมี eHealth ที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในปี 2020 และมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายได้รับประโยชน์ในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ หรือ eHealth รองรับรัฐบาลดิจิทัลในแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยระยะ 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 6 ข้อ ดังนี้ 1. จัดตั้งองค์กรกลางความร่วมมือบริหารจัดการ eHealth 2. พัฒนาและปรับปรุงสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐาน 3.สร้างมาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลมีประสิทธิภาพ 4. ขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อระบบบริการสุขภาพ รวมทั้งคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 5. ผลักดันการใช้กฎหมายระเบียบวิธีปฏิบัติและมาตรฐานที่เหมาะสมและ 6. พัฒนาทุนมนุษย์ด้าน eHealth จัดการความรู้ด้านการแพทย์และสุขภาพ

การดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น บันทึกและส่งต่อข้อมูลการรักษาได้อย่างมีคุณภาพดึงข้อมูลจากหลายแหล่งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลมากยิ่งขึ้น ทำให้การรักษามีความเหมาะสม ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาจากระยะไกลได้รับคำปรึกษาผ่านวีดิโอและติดตามอาการใน 24 ชั่วโมง ถ่ายทอดข้อมูลผ่านไวร์เลส กรณีฉุกเฉินสามารถแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบ หรือโทรติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือจากบริการฉุกเฉินของโรงพยาบาล ที่สำคัญคือประชาชนจัดการสุขภาพของตัวเองด้วยข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือและเข้าถึงคำแนะนำได้

ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 มีแนวคิดยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะวางรากฐาน พัฒนา และเสริมความเข้มแข็งให้แก่การให้บริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน โดยเน้นความทั่วถึง ความมีคุณภาพ และประสิทธิภาพพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยเน้นการป้องกันโรค มากกว่ารอให้ป่วยแล้วจึงมารักษา สร้างกลไกการจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรกระทำ แต่ที่ผ่านมา บริการสาธารณสุขอาจไม่สมบูรณ์ดั่งแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ หากใครไปโรงพยาบาลนอกเวลาราชการ จะได้เห็นคนไข้มานั่งตบยุงรอรับการรักษาพยาบาล เพียงเท่านี้ก็เห็นแล้วว่าไม่ใช่การป้องกันโรคแน่ๆ แต่อาจเป็นช่องทางให้เกิดโรคซ้ำซ้อนด้วยซ้ำ จากโรคที่มียุงเป็นพาหะ

ส่วนการที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงาน Healthcare Technology Summit 2016 เป็นห่วงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยจากการบริการ eHealth ก็เป็นเรื่องที่ต้องรอบคอบ ระมัดระวังความถูกต้อง ปลอดภัยข้อมูล ไม่ให้มาสร้างปัญหาแก่ระบบการรักษาพยาบาลทั้งฝั่งผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่