อย่าลืมสิ่งแวดล้อม

อย่าลืมสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลเตรียมพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

ภาคตะวันออกใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา กินเนื้อที่ราว 30,000 ไร่ โดยคาดว่าจะเกิดการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เนื่องจากมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนมากมาย และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ทุ่มลงไป เพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนและจะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยต่อไปในอนาคต และหากเกิดการลงทุนจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ก็เชื่อว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้

จากแผนของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในครั้งนี้ จะเห็นว่าเป็นแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบที่สุดเท่าที่เคยมีการคิดวางแผนกันมา กล่าวคือจะครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและการพัฒนาความเป็นเมืองของพื้นที่โดยรอบ ต่อภาพที่เห็นจากแผนการลงทุนอาจดูแล้วน่าตื่นเต้นเร้าใจว่าต่อไปประเทศไทยจะก้าวสู่ประเทศมีรายได้สูงจากอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามมา และจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางในอนาคตอันใกล้

ประเด็นที่น่าพิจารณาจากแผนการพัฒนาครั้งนี้ คือผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นหากมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเต็มพื้นที่ตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะหากพิจารณาแผนที่เปิดเผยออกมานั้นปรากฏชัดเจนว่าแผนด้านการลงทุนต่างๆ ทั้งมาตรการสนับสนุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลนั้นมีความชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้างในอนาคต และหลายโครงการได้อนุมัติไปแล้ว ซึ่งบางโครงการเริ่มก่อสร้างไปแล้ว แต่แผนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นค่อนข้างคลุมเครือจนมองไม่เห็นว่าจะรองรับปัญหาอย่างไรในอนาคต

แม้ว่ารัฐบาลประกาศว่าไม่ได้ละเลยสังคมและสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาครั้งนี้ แต่อย่าลืมว่าบทเรียนในอดีตจากการพัฒนาพื้นที่อิสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งก็ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไป จนเกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็เคยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวหลังมีข้อมูลชัดเจนว่าพื้นที่มาบตาพุดมีมลพิษเกินกว่าความสามารถของพื้นที่จะรองรับได้ แต่ต่อมาประเด็นดังกล่าวก็กลับถูกลืมหายไปจากประเด็นสาธารณะที่มีการกล่าวถึงกัน นอกจากเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ

แน่นอนว่ารัฐบาลประกาศชัดว่าจะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็เช่นเดียวกับเดียวสมัยพัฒนาอิสเทิร์นซีบอร์ด แต่ต้องไม่ลืมว่าการพัฒนารอบนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่มากและกินพื้นที่กว้างขวางใน 3 จังหวัด อีกทั้งมีการวางแผนว่าจะมีพื้นที่พัฒนาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ช่วยรับประกันใดๆว่าจะไม่เกิดปัญหามลพิษเกิดขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่มาบตาพุด ดังนั้นถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งว่าเราจะออกแบบอย่างไรให้เกิดการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

เราเห็นว่ารัฐบาลควรต้องมีแผนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนและมีแผนปฏิบัติการออกมา เหมือนกับเรื่องการสนับสนุนการลงทุน และต้องเป็นแผนที่ปฏิบัติได้อย่างแท้จริง อีกทั้งจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารพื้นที่ ซึ่งหากมีการตั้งกลไกขึ้นมาดูแล แต่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจังแล้ว รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าจะทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่กับสมบัติของชาติ นั่นคือสิ่งแวดล้อมในพื้นที่การพัฒนา และหากเกิดความเสียหายแล้วก็เป็นเรื่องยากอย่างมากจะฟื้นให้กลับมาดังเดิมได้ เราหวังว่ารัฐบาลต้องตระหนักในเรื่องนี้เช่นเดียวกับที่เห็นความสำคัญของการลงทุน