โต้กลับโลกาภิวัฒน์

โต้กลับโลกาภิวัฒน์

ผลการลงประชามติของอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน

 ฝ่ายสนับสนุนให้ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ได้รับชัยชนะ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านตามมาทันที ทั้งในด้านเศรษฐกิจที่สะท้อนจากค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ และท่าทีของบรรดาผู้นำยุโรป รวมทั้งการเมืองภายในอังกฤษเอง เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศลาออกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อเปิดทางไปสู่กระบวนการต่างๆ ในการออกจากอียู ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มปรากฏให้เห็น และมีการวิเคราะห์กันหลายด้านถึงสิ่งที่จะตามมานับจากนี้ไป

บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก มองไปทางเดียวกันว่าอังกฤษถอนตัวออกจากอียูจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะในเชิงการค้าการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมองไปทางเดียวกันว่าในอนาคต อังกฤษจะเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะย่อมถูกตัดขาดจากกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างอียู ซึ่งไม่เพียงแค่กระทบต่อการค้าการลงทุนเท่านั้น ยังรวมถึงภาคการเงินของอังกฤษก็จะเผชิญกับปัญหาท้าทายเช่นเดียวกัน และอาจเป็นไปได้ว่าจะสูญเสียความเป็นศูนย์กลางการเงินของโลกในอีกไม่ช้า

ในทางการเมืองเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอังกฤษ และผลกระทบต่ออียู แต่การต่อรองที่ต้องใช้อำนาจทางการเมืองเข้ามามีบทบาทย่อมต้องลดลงไปด้วย และผลกระทบต่ออียูไปกว่านั้นก็คือ อาจเกิดความรู้สึกต้องการแยกตัวออกมา ของบรรดาประเทศสมาชิกต่างๆ ที่ไม่พอใจกฏกติกาของอียูที่นำมาใช้ในหมู่ประเทศสมาชิก และหากมีสมาชิกอียูทยอยขอแยกตัวออกไป นั่นก็หมายถึงการล่มสลายของอียูเอง และระบบการเงินของอียู ที่มีเงินยูโรเป็นหัวหอกในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของระบบเศรษฐกิจ

หากสถานการณ์จากนี้ไปเป็นไปตามที่ประเมินกันว่าจะส่งผลกระทบอียู ซึ่งในที่สุดแล้วก็จะส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนของโลกไปด้วย เนื่องจากทุนจากยุโรปที่อาศัยกฏกติกาของอียูเองได้ออกไปลงทุนทั่วโลก ซึ่งบางคนมองในแง่ที่เลวร้ายอย่างมากว่าการแยกตัวของอังกฤษในครั้งนี้จะนำไปสู่การล่มสลายของอียู และนั่นหมายถึงว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติในศตวรรษที่ 21 ทั้งวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติการเมือง แต่นั่นก็เป็นสถานการณ์ที่ยังมาไม่ถึงและเป็นการคาดการณ์ของบรรดาผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

หากรวบรวมประเด็นที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น ก็จะเห็นว่าเป็นการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็ยึดแนวคิดเบื้องหลังการวิเคราะห์คือกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมองว่าการพัฒนาของโลกปัจจุบันจะนำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น แม้หนทางยังอยู่อีกยาวไกล โดยในช่วงต้นของกระบวนการโลกกภิวัฒน์ยุคใหม่ คือการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่อาศัยภูมิศาสตร์ และความเกี่ยวกันทางวัฒนธรรมร่วมกันเป็นพื้นฐานของความร่วมมือ

กระแสโลกาภิวัฒน์ในช่วงที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นกับผู้คนทั่วโลก กล่าวคือมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการดังกล่าว ซึ่งในกรณีของอังกฤษก็ปรากฏให้เห็นชัดว่าผู้โหวตสนับสนุนให้แยกตัวออกจากอียูนั้นไม่พอใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกับอียู หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นกระแสต่อต้านโลกาภิวัฒน์นั่นเอง แต่แปลกประหลาดก็ตรงที่การต่อต้านดังกล่าว เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นศูนย์กลางทุนนิยมโลกแห่งหนึ่ง และสนับสนุนโลกาภิวัฒน์อย่างแข็งขันมาโดยตลอด

จากนี้ไปเราจะเห็นความท้าทายที่เกิดขึ้น ระหว่างกระแสโลกาภิวัฒน์ และการต่อต้านเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งของกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เริ่มมานานนับร้อยปี และทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆในยุคปัจจุบันว่าจะดำรงอยู่ได้หรือไม่ เพราะมีความเชื่อมานานว่าเป็นกระแสที่ยากต่อต้าน ขณะอุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว