ไม่สร้างคน ก็อย่าหวัง ว่าไทยจะเป็นประเทศ world class

ไม่สร้างคน ก็อย่าหวัง ว่าไทยจะเป็นประเทศ world class

ถ้าไทยจะยกระดับเป็นประเทศระดับสากล

หรือ world-class nation หัวใจอยู่ที่จะสร้าง “คน” ที่มีคุณภาพมารองรับได้ทันหรือเปล่า?

วันก่อนสถานทูตญี่ปุ่นจัด “เสวนาโต๊ะกลม” รอบสองในหัวข้อที่จะช่วยทำให้ประเทศไทยเป็น “ฮับ” หรือศูนย์กลางของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอาเซียน ผมได้รับเกียรติให้ไปดำเนินรายการ หลังจากทำหน้าที่นี้ในรอบแรกเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า ญี่ปุ่นพร้อมจะช่วยทั้งด้วยเงินให้เปล่า เงินกู้และบุคลากร ขอเพียงให้ฝ่ายไทยตั้งตัวให้พร้อม จัดระบบการประสานงานให้มีหน่วยกลาง ที่จะติดตามการทำงานของทุกฝ่าย ให้เอกชน รัฐและฝ่ายวิชาการมาจับมือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

ในวงสนทนาวันนั้นได้ข้อคิดและความเห็น ที่จะนำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมไม่น้อย

รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ยืนยันกลางเวทีว่ารัฐบาลไทย พร้อมที่จะเดินหน้าเรื่องทั้งหมด ที่เกี่ยวกับแผนการสร้างวิศวกรทั้งที่เป็น practical engineers สำหรับป้อนอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนด้านนี้อย่างหนัก

 และวิศวกรที่ทำงานด้านสร้างสรรค์ และนวัตกรรมยุคใหม่ไปถึงด้านอวกาศและหุ่นยนต์

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรียกร้องให้ญี่ปุ่นช่วยในการยกระดับความรู้ความสามารถ ของวิศวกรไทยให้เทียบทันกับเพื่อนบ้านและก้าวทันระดับโลก ไม่เฉพาะที่ผลิตวิศวกรและช่างเทคนิคสำหรับโรงงานของญี่ปุ่นเท่านั้น

คุณชิโร ซาโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มให้มีการตั้งวงแลกเปลี่ยนในหัวข้อนี้อย่างตรงไปตรงมา สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดในประเทศไทย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันให้ความร่วมมือด้านนี้ ระหว่างสองประเทศก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ท่านรับข้อเสนอทั้งหมดไปเพื่อร่วมกันเขียนแผน ปฏิบัติการ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมได้ทราบว่ารัฐบาลไทยได้ระงับการใช้เงินกู้ soft loan ดอกเบี้ยต่ำ (0.3%) เพื่อโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาหลายปีแล้ว จึงได้ประสานไปยังกระทรวงทบวงกรมทั้งหลาย เชื่อว่าจะฟื้นโครงการนี้ได้ เพื่อผลักดันให้การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของไทย เดินหน้าอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพราะไทยมีศักยภาพทางด้านนี้อย่างยิ่ง สามารถเป็น Human Resource Development Hub ของอาเซียนได้เลย...” ท่านทูตบอก

ทันใดนั้น ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มากล่าวคำปราศรัยเปิดงานก็บอกว่าได้ประสานไปยังกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว

“กระทรวงการคลังพร้อมจะเดินเครื่องเรื่องนี้ ขนาดเงินกู้ yen loan ประมาณ 100 กว่าล้านบาท ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทุกฝ่ายต้อนรับการฟื้นโครงการนี้ครับ” คุณกอบศักดิ์ประกาศบนเวทีอย่างชัดเจน

เวทีวันนั้นมีผู้ร่วมเสวนาอีกหลายท่าน เช่นคุณถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรม คุณเรียวซูเกะ โชโน ประธานบริษัทโทเร อินดัสตรีส์ ไทยแลนด์ และศาสตราจารย์โยชินาโอะ มิชิม่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยโด่งดังอย่าง Tokyo Institute of Technology (Tokyo Tech) รวมไปถึงนักศึกษาที่เพิ่งจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกันถกแถลงถึงความพยายามจะสร้างวิศวกรทั้งระดับอาชีวะ ปริญญาตรี โทและเอกที่จะตอบสนองความต้องการของการขยายตัวทุก ๆ ด้านของไทย

ดร.กอบศักดิ์ ไล่เรียงให้ดูว่าไทยกำลังเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างคึกคักจากนี้ไป เช่นโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทางหลวง ขยายสนามบินอู่ตะเภาเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับความมั่นคง ขยายท่าเรือล้ำลึกแหลมฉบัง โครงการEastern Economic Corridor ที่จะยกระดับสามจังหวัดภาคตะวันออกขึ้นอีกระดับหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็เตรียมจะสร้างอุตสาหกรรมใหม่เช่นจะจัดตั้ง FoodInnapolis ขึ้นที่ Science Park ที่รังสิต

อุตสาหกรรมการบินและซ่อมบำรุงที่สนามบินอู่ตะเภาและภาคตะวันออก

อุตสาหกรรมดิจิทัลที่จะเป็น hub ที่เชียงใหม่และภูเก็ต

การยกระดับไทยให้เป็น Medical Hub ของภูมิภาคนี้

และล่าสุดการจัดงาน Startup Thailand เป็นแรงขับเคลื่อนการผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย

แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมี “คน”...คนที่เก่ง คนที่มุ่งมั่น คนมีจริยธรรมและคนที่มีแรงบันดาลใจ ที่จะทำเพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจาก กับดักรายได้ปานกลาง และ หลุมพรางแห่งความขัดแย้ง

คุณกอบศักดิ์สรุปเหมือนกับความเชื่อของคนไทยไม่น้อยว่า

หากไม่สร้างคน ทุกอย่างที่ว่านี้เป็นเพียง ความหวัง...ความฝัน...ครึ่ง ๆ กลาง ๆ