จะบริหารจัดการน้ำอย่างไร

จะบริหารจัดการน้ำอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวในการประชุม “Thailand Sustainable Water Management Forum2016” วานนี้(20 มิ.ย.) ถึงยุทธศาสตร์การบริหารน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศเกษตรกรรมอย่างไทย โดยนายกฯระบุว่าขณะนี้มีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแล้ว และจะมีแผนการบริการและดำเนินโครงสร้างพื้นฐานตามแผนที่วางไว้ถึงปี 2565 ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาน้ำแล้งหรือน้ำท่วมของประเทศได้

หากพิจารณานโยบายหลักๆของรัฐบาล จะเห็นได้ว่าในเรื่องการบริหารจัดการน้ำถือว่ามีความคืบหน้าไม่มากนัก นอกจากมาตรการช่วยเหลือผลกระทบจากภัยแล้งที่ต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ แต่ก็ถือเป็นมาตรการระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานภาครัฐอาจมุ่งแต่แก้ปัญหาเฉพาะจนทำให้โครงการระยะยาวที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้กล่าวถึงเท่าที่ควร แต่หากรัฐบาลต้องการเร่งดำเนินโครงการบริหารจัดน้ำขึ้นมาอีกครั้งก็จำเป็นต้องรีบดำเนินการ แม้ว่าเรื่องน้ำจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและอ่อนไหวพอสมควร

ในระยะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ดังนั้นปัญหาภัยแล้งที่ผ่านมาอาจจะทำให้คนลืมๆ กันไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงแค่ไหน ซึ่งหากพิจารณาจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ ก็จะเห็นชัดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่าไม่เพียงแค่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังกระทบภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์ที่ผ่านมา เราไม่ควรประมาทว่าจะไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย เพราะหากพิจารณาจากปริมาณฝนที่ตกลงมาในช่วงเวลานี้และปริมาณกักเก็บน้ำในเขื่อนหลักต่างๆก็จะเห็นว่ามีน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ขณะนี้มีความเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า จากนี้ไปสภาพภูมิอากาศจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อันเนื่องมาจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ดังนั้นความไม่แน่นอนจึงมีค่อนข้างสูง ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติต่างๆจึงเกิดขึ้นได้ง่าย และขณะนี้ก็แน่ชัดแล้วว่าประเทศในแถบเอเชียล้วนแต่เผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงเพียงใด อย่างกรณีในปีนี้ก็เกิดปรากฏการณ์อากาศร้อยที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในเอเชีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงจะมีมากขึ้น

หลายประเทศในเอเชียเริ่มตื่นตัวอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภาค และทรัพยากรน้ำถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ปัญหาของไทยที่ผ่านมา อาจจะมีหลายหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในระดับประเทศ ทำให้ไม่มีการประสานการทำงานเท่าที่ควรและทำให้ขาดประสิทธิภาพในการวางแผนระดับชาติ ซึ่งการมีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าต่อจากนี้ไปจะมีการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการมากขึ้น

ประเด็นสำคัญ นอกจากเรื่องการบริหารจัดการแล้ว คือเรื่องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งขณะนี้หลายประเทศประสบความสำเร็จในการรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ออสเตรเลีย ก็ประสบความสำเร็จพอสมควรในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่สำหรับประเทศไทย เราก็มีหน่วยงานที่สามารถพยากรณ์และมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการหาข้อมูล แต่คำถามคือเราใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์แค่ไหนในการบริหารจัดการน้ำ เช่นดาวเทียม หรือ ระบบการสื่อสารสมัยใหม่

เราเห็นว่าการบริหารน้ำจากนี้ไปจะเป็นประเด็นที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลอย่างมาก แม้จะมีแผนหรือยุทธศาสตร์ระดับชาติขึ้นมากำหนดเป็นแนวทาง  แต่แผนก็คือแผนหากไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนั้นปัญหาสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมาคือจะทำอย่างไรให้เกิดการบริหารงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ความรู้และข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการบริหารจัดการน้ำ ไม่เพียงแค่เรื่องหาแหล่งน้ำหรือกักเก็บน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการจัดสรรและรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย