กรวดใต้ฝ่าเท้ากับค่าเช่าพื้นพิภพ

กรวดใต้ฝ่าเท้ากับค่าเช่าพื้นพิภพ

คุณผู้อ่านเคยใส่รองเท้าออกจากบ้านแล้วพอเดินไปได้สักระยะหนึ่ง ก็รู้สึกอึดอัด เพราะมีเศษวัสดุเล็ก ๆ เคลื่อนที่มาอยู่บริเวณใต้ฝ่าเท้า

รบกวนทุกก้าวเดินตลอดเวลาบ้างไหมครับ? ถ้าหากเคยเป็นเช่นนั้น ก็คงจะพบว่า มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวเดินต่อไปได้สบายขึ้น 

คือถอดรองเท้าออกแล้วเคาะเศษวัสดุชิ้นนั้นออกไปจากใต้ฝ่าเท้าเสีย

เมื่อสองสัปดาห์ ก่อนนักชกระดับตำนาน มูฮัมหมัด อาลี ได้จากโลกนี้ไป บุคคลสำคัญจำนวนมาก ได้กล่าวไว้อาลัยในพิธีฝังศพเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และผมเองก็ได้ติดตามประวัติชีวิตรวมทั้งวาทะอันคมคาย ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ อย่างน้อยก็มีมากถึง 30 วาทะที่ได้รับการกล่าวขวัญถึง และหนึ่งในนั้นเป็นประโยคที่เกี่ยวกับเรื่อง “รองเท้า” ที่ผมพูดถึงนี่แหละครับ
"It isn’t the mountains ahead to climb that wear you out; it’s the pebble in your shoe.”

มูฮัมหมัด อาลี บอกว่ามันไม่ใช่ภูเขาสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า ซึ่งคุณจะต้องปีนนั่นหรอก ที่ทำให้คุณหมดสภาพ แต่มันคือเจ้ากรวด ที่อยู่ในรองเท้าของคุณนั่นต่างหาก ที่ทำให้คุณเป็นเช่นนั้น

ผมอยากจะนำวาทะดังกล่าวของอาลี มาตีความหมายและประยุกต์ให้เข้ากับ “การบริหารธุรกิจ” ซึ่งผมแปลความหมายว่าเจ้า “ภูเขาสูงใหญ่” ที่อยู่ข้างหน้านั่นก็คือ “คู่แข่งทางธุรกิจที่น่ากลัว” ของเรานั่นแหละ ส่วนเจ้า “กรวดในรองเท้า” ก็น่าจะหมายถึงอะไรก็ได้ ที่เป็นสาเหตุให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ไม่ถนัดถนี่นัก เช่นความขัดแย้งของผู้บริหารภายในองค์กร ที่ซัดกันนัวเนีย จนหมดแรงที่จะไปสู้กับคู่แข่งข้างนอก หรืออาจหมายถึงทรัพยากรบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยคุณภาพ หรือไม่ก็วัฒนธรรมองค์กร ที่ไม่เอื้อต่อการสร้างผลงานอันเป็นเลิศให้เกิดขึ้น เป็นต้น

ถ้าหากผมจะขยายผลไปเปรียบกับ “การบริหารบ้านเมือง” เจ้าภูเขาสูงใหญ่ที่ว่านั้น ก็คือประเทศต่างๆ ในอาเซียนที่ได้พัฒนานำเราไปไกล ส่วน กรวดใต้ฝ่าเท้า ที่ทำให้เราเดินกะเผลกๆ มาเป็นเวลาหลายสิบปี และก้าวไปอย่างเชื่องช้าไม่ทันประเทศอื่น แถมยังถูกบางประเทศแซงไปเสียอีกด้วย ก็คือการเมืองแบบโกงเมือง ที่สลับกันเข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศเป็นระยะๆ นั่นเอง

ถ้าเราไม่เอากรวดก้อนนั้นออกไปจากฝ่าเท้า ก็อย่าไปหวังอะไรมากเลยครับ เพราะการแข่งขันทางธุรกิจ และการแข่งขันระดับประเทศ ไม่ใช่เกมกอล์ฟสมัครเล่น ที่มีแฮนดิแคปให้ แต่เป็นการวิ่งแข่ง ที่ต้องใช้สปีด พละกำลัง และความคล่องตัวที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่งหรือประเทศคู่แข่งเท่านั้นจึงจะเทียบเท่าหรือชนะได้

นอกจากการกล่าวถึงเรื่องกรวดใต้ฝ่าเท้าแล้ว มูฮัมหมัด อาลี ยังมีอีกประโยคหนึ่ง ที่ผมอยากจะนำมาโยงใยกับเรื่องแรก เพื่อให้เกิดความหมายที่มีคุณค่า นั่นคือการที่เขาพูดถึง การให้บริการต่อสังคม

เขาบอกว่า "Service to others is the rent you pay for your room here on earth” การให้บริการต่อผู้อื่นคือ “ค่าเช่า” ที่เราจ่ายเพราะเราได้มาอาศัยอยู่บนพื้นพิภพแห่งนี้
ประเด็นเรื่องการคืนสังคม และการมาอาศัยอยู่บนพื้นพิภพแห่งนี้ ก่อนที่ผมจะได้เห็นวาทะเด็ดประโยคนี้ของ มูฮัมหมัด อาลี ผมเองก็เคยเขียนไว้ในหนังสือของผม (หนังสือ “เติมทำนองให้ชีวิต” หน้า 137 ต.ค. 2552) ว่า เราควรจะทำชีวิตของเราให้คุ้มค่ากับ “เวลาที่เราได้ขอยืมเพื่อมายืนอยู่บนโลกใบนี้เป็นการชั่วคราว” และเราต้อง “ไม่บริโภคทรัพยากรของโลกไปโดยเปล่าประโยชน์”

จริงอย่างที่อาลีพูดไหมครับ ในเมื่อเราพักโรงแรม หรืออยู่บ้านเช่า เราก็ต้องจ่าย “ค่าเช่า” ดังนั้น การที่เรามากินอยู่หลับนอนบนพื้นพิภพแห่งนี้เป็นเวลานานตั้ง 50-60 ปีขึ้นไป บางคนมากถึง 80-90 ปี ก็แปลว่าเราได้บริโภคทรัพยากรของโลกไปมากมาย แล้วทำไมไม่คิดที่จะจ่าย “ค่าเช่า" บ้างล่ะครับ ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสดด้วยซ้ำไป เพียงแค่ให้ความช่วยเหลือแก่คนที่เขาต้องการ และช่วยเหลือตามอัตภาพ เพียงแค่นี้ควรอยู่ในวิสัยที่จะทำได้กันทุกคน มิใช่หรือ

ถ้าเป็นนักบริหารขององค์กรธุรกิจ ซึ่งมีพละกำลังทางการเงินที่เข้มแข็ง มีบุคลากรจำนวนมาก การที่จะยื่นมือออกไปช่วยเหลือแก่สังคม ก็ทำได้มากยิ่งขึ้น มีความสามารถที่จะจ่าย “ค่าเช่า” ได้สูงยิ่งขึ้น ถ้าเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ การควบคุมทรัพยากรของชาติไว้ได้ในระดับนั้น ก็สามารถใช้ช่วงเวลาของชีวิตในช่วงที่มีอำนาจ จ่ายค่าเช่าให้แก่สังคมได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

แต่ในความเป็นจริง พอคนเรามีอำนาจมากขึ้น แทนที่จะจ่ายค่าเช่า เพื่อตอบแทนที่ได้มาอาศัยอยู่บนพื้นพิภพแห่งนี้ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม คือหาโอกาส “เรียกค่าเช่า” จากคนในสังคมมาเป็นทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งในที่สุดก็ไม่มีใครสามารถนำอะไรไปได้ ทิ้งร่างกายไว้กับพื้นพิภพที่ได้มาอาศัยนี้กันทุกคนอยู่ดี

ผมคิดว่า ถ้าเรานำวาทะทั้งสองเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ชีวิตของเราน่าจะมีคุณค่ายิ่งขึ้น องค์กรก็บรรลุเป้าหมาย เพราะถ้าหากผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ทำตนให้เป็น “ก้อนกรวดใต้ฝ่าเท้าของคนอื่น” ทุกคนในองค์กรก็จะมีความสุข ก้าวเดินไปอย่างราบรื่นและมั่นคง แล้วบริษัทหรือประเทศ ก็สามารถปีนภูเขาสูงใหญ่ที่ตระหง่านอยู่ข้างหน้าได้อย่างสง่างาม และเมื่อประสบความสำเร็จเช่นนั้น ก็ยิ่งสามารถ “จ่ายค่าเช่าที่บนพื้นพิภพแห่งนี้” ได้มากขึ้นไปอีกและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น

สุดท้ายสังคมส่วนรวมก็จะดีวันดีคืน......ที่ผมพูดอย่างนี้ถูกต้องไหมเล่าครับ?