รู้จักเทคโนโลยี IGCC-SMR ทางเลือกผลิตไฟฟ้าในอนาคต

รู้จักเทคโนโลยี IGCC-SMR ทางเลือกผลิตไฟฟ้าในอนาคต

เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ถือเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการกำจัดหรือลดมลพิษเพื่อนำถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิง

ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดจากปัญหามลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน อาทิ ฝุ่นละออง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปัจจุบันเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และสามารถกำจัดปัญหามลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์

หนึ่งในเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ซึ่งขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งต่อไป (ต่อจากบราซิล) ในปี 2020 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า และในฐานะประเทศผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในภูมิภาคเอเชีย ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินควบคู่ไปกับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด รวมทั้งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้าโดยประเทศญี่ปุ่นได้เตรียมเดินหน้าโรงไฟฟ้าเทคโนโลยี Integrated Gasification Combined Cycle หรือ IGCC ซึ่งคือ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนสถานะถ่านหินให้เป็นก๊าซ (Coal Gasification) กับ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซ (Gas Fired Combined Cycle Plant) เข้าด้วยกัน เพื่อให้รองรับกับการใช้พลังงานภายในประเทศ

สำหรับเทคโนโลยี IGCC นี้ ขออธิบายว่า กระบวนการเริ่มจากการนำถ่านหินไปจุดระเบิด ภายใต้ข้อจำกัด ออกซิเจน โดยใช้แรงดันและอุณหภูมิสูงจนเกิดปฏิกิริยาทางเคมี จะได้ก๊าซที่มีส่วนประกอบของคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจน ก๊าซที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงนี้ จะผ่านขั้นตอนในการทำให้สะอาด โดยการสกัดฝุ่นละออง กำมะถัน และไนโตรเจนออกไป ก่อนที่จะนำไปเผาไหม้ผ่านเครื่องกังหันก๊าซ เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า นอกจากนี้ ความร้อนหรือก๊าซเสียที่ออกมาจากเครื่องกังหันก๊าซ จะนำไปใช้ให้ความร้อนแก่หม้อกำเนิดไอน้ำ เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งแทบจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม

และมีความเป็นไปได้สูงว่าในปี 2020 ประเทศญี่ปุ่นจะพร้อมเริ่มผลิตไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด IGCC ดังกล่าว เพื่อเสริมศักยภาพของแหล่งเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานภายในประเทศ และคาดว่าจะเป็นต้นแบบโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหิน IGCC ให้ประเทศไทยในการศึกษาถึงเทคโนโลยีดังกล่าว ที่จะได้มีโอกาสได้ศึกษาข้อดีข้อเสีย รวมทั้งความเสี่ยงต่างๆ จากต้นแบบของประเทศญี่ปุ่นนี้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องมีการศึกษารอบด้าน

สำหรับทางเลือกเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด จะเป็นแนวทางเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ในการจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิง เพื่อผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือ PDP 2015 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติม จำนวน 3 โรง เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคใต้ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว 3 ครั้ง และได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอแล้ว โดยอยู่ระหว่างประชุมคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อเตรียมการ และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งขณะนี้ได้รับฟังความเห็นเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ

นอกจากเชื้อเพลิงเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด IGCC ดังกล่าวแล้ว ผมอยากจะขอกล่าวถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอีกหนึ่งเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่กล่าวถึงในแวดวงพลังงาน และได้เริ่มมีผลศึกษาที่เป็นในทางบวก นั่นคือ นวัตกรรมรูปแบบใหม่ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ หรือเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในความสนใจของโลกในขณะนี้

โดยเทคโนโลยี SMR ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ขนาดจะต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ แต่มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป โดยระบบ SMR นี้ จะมีระบบการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ อยู่ภายในโรงไฟฟ้าทั้งหมด และที่สำคัญจะเป็นนวัตกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพราะจะมีระบบหล่อเย็นอยู่ภายในโรงไฟฟ้าเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้โรงไฟฟ้ามีความปลอดภัยสูงสุด และที่สำคัญไม่เกิดผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับนโยบายการส่งเสริมเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อผลิตไฟฟ้าในอนาคตของไทย โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ยังคงอยู่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP 2015 โดยจะมีการเข้าระบบของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายแผนฯ หรือประมาณปี 2579 ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานได้อยู่ระหว่างเตรียมตัวในการศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมกับการสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับสาธารณะ โดยมีกรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ ASEAN Economic Community’s Nuclear Education ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญให้เกิดการพัฒนาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในภูมิภาคนี้

พลังงานนิวเคลียร์ ถือเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของไทย และตามแผน PDP 2015 แม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดช่วงปลายแผน หรืออีก 20 ปีข้างหน้า แต่กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการศึกษาให้มากที่สุด เพราะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ถือเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่จะช่วยทำให้ค่าไฟฟ้าในอนาคตไม่ผันผวน เป็นพลังงานสะอาดไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

--------------------------

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์

ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ และรองโฆษกกระทรวงพลังงาน