ไฉนระบอบเผด็จการเกาหลีเหนือ จึงยังไม่ถึงกาลล่มสลาย?

ไฉนระบอบเผด็จการเกาหลีเหนือ จึงยังไม่ถึงกาลล่มสลาย?

รายงานและวิเคราะห์เกาหลีเหนือ จากปากคำของเจ้าหน้าที่

เปียงยางมาหลายสัปดาห์ ก็ต้องจับประเด็นจากหนังสือที่เขียนโดยคนตะวันตก ที่เคยเข้าไปสัมผัสประเทศนี้ด้วยตนเอง

ผมรวบรวมหนังสือหลายเล่มที่พยายามแสวงหาคำตอบ ต่อคำถามที่ใครต่อใครตั้งเอาไว้ เช่น

เกาหลีเหนือจะล่มสลายหรือไม่? และน่าจะเกิดได้เมื่อไหร่?

คำตอบจากผู้รู้ในแวดวงนี้หลายคนทำนายว่า อย่างไรเสียเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ คิมจองอึน คงจะต้องลำบากยากเข็ญต่อไป เพราะโดนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ไม่ยอมยกเลิกการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และนับวันก็ยิ่งจะต้องเผชิญกับแรงกดดันหนักขึ้นทั้งจากในประเทศและจากต่างประเทศ

นักวิเคราะห์บางคนกลัวว่า การพังสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ที่เกาหลีเหนือ จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันด่วน อาจจะเกิดอย่างกรณีเยอรมันตะวันออกที่ล่มสลายในปี 1989 เมื่อกำแพงเบอร์ลินพังครืนลงมา โดยที่เยอรมันตะวันตกตั้งรับไม่ทัน ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจสำหรับเยอรมันรวมชาติอย่างหนักหน่วงพอสมควร

หรือการแตกสลายของเกาหลีเหนือ อาจจะมีความละม้ายกับอัลบาเนียและโรมาเนียในช่วงใกล้ ๆ กับการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน?

เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และแม้กระทั่งจีน ก็หวั่นว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เกาหลีใต้จะไม่สามารถรองรับคลื่นมนุษย์จากทางเหนือได้ และเศรษฐกิจของเกาหลีใต้จะถูกกระทบอย่างแรง แม้จีน เกาหลีใต้ หรือสหรัฐ พร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือก็อาจจะไม่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนกะทันหันเช่นนั้นได้

แต่นักวิเคราะห์อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าแม้ว่าเศรษฐกิจเกาหลีเหนือจะมาถึงจุด ล้มละลาย แล้ว แต่ผู้นำเผด็จการก็ยังสามารถควบคุมวิถีชีวิต ของคนเกาหลีเหนืออย่างเข้มข้นทุกกระเบียดนิ้ว

ชนชั้น ผู้มีอันจะกิน ของเกาหลีเหนือมีอิทธิพลสูง และคงไม่ต้องการจะมีส่วนทำลายระบอบของคิมจองอึนอย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง

ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีคนกลุ่มใดในเกาหลีเหนือ ที่เข้มแข็งพอที่จะรวมตัวเป็นกลุ่มเพื่อจะท้าทายระบอบปัจจุบันได้

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะนโยบาย กองทัพมาก่อน (seon-gun) ซึ่งให้ทหารได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าชาวบ้านทั่วไป แม้ในยามเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ทหารก็ได้รับอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนประชาชนส่วนอื่น ๆ

นโยบายเช่นว่านี้สร้างความจงรักภักดีของทหารต่อผู้นำ ซึ่งก็ตระหนักดีว่ากองทัพคือพลังกลุ่มเดียวในประเทศ ที่จะสามารถท้าทายอำนาจของท่านผู้นำ

สหรัฐกับเกาหลีใต้ยังไม่มีความพร้อมที่จะ บุกยึดเกาหลีเหนือ เหตุผลหนึ่งก็เพราะกลัวคิมจองอึนจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ และอีกเหตุผลหนึ่งคือจีนยังไม่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงฉับพลันทางเหนือของเกาหลี

แม้ว่าจีนกับเกาหลีเหนือจะเริ่มมีอาการห่างเหินกันมากขึ้นในระยะหลัง เมื่อเปียงยางไม่ฟังเสียงกระซิบจากปักกิ่งให้ระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เท่าไหร่นัก

เพราะอย่างไรเสียจีนก็ยังถือว่าเกาหลีเหนือเป็นส่วนหนึ่งของ ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ ของจีนอยู่ดี

นักวิเคราะห์ที่มองว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ น่าจะกดดันให้เกาหลีเหนือหมดสภาพที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตนเองคง จะมองข้ามความจริงที่ว่าเกาหลีเหนือทุกวันนี้ ยังสามารถให้ประเทศที่เป็นมิตรกับตนส่งสินค้า โดยเฉพาะที่เป็นลักษณะฟุ่มเฟือยเข้าประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของ “ชนชั้นนำ” และ “ผู้มีอันจะกิน” ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าชาวไร่ชาวนาในชนบทจะมีชีวิตที่แร้นแค้น ลำบากยากเย็นกว่าคนในเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหลายมากมายนัก

ดังนั้น ภาพที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในยามนี้ในระยะสั้นและระยะปานกลาง คือความพยายามที่เกาหลีเหนือจะค่อย ๆ แง้มประตูออกให้กับต่างประเทศโดยยังยึดมั่นในเงื่อนไขของตัวเอง

เกาหลีเหนือวันนี้ยังเป็นปราการด่านสุดท้ายของระบอบสังคมนิยมสุดขั้ว แต่ขณะเดียวกันก็พยายามจะ “ทำกำไร” กับกิจกรรมทุกอย่างที่โยงใยกับต่างประเทศ อีกทั้งยังกำกับและควบคุมวิถีชีวิตของประชาชนทุกฝีก้าวอย่างเคร่งครัดและโหดเหี้ยม โดยเฉพาะหากมีสิ่งบอกเหตุว่าเป็นความพยายามต่อต้านระบอบปัจจุบัน

ท้ายที่สุดก็ต้องไม่ลืมว่าเกาหลีเหนือได้สามารถสร้าง เซอร์ไพรส์ ให้กับประชาคมโลกมาตลอด อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดมาแล้ว

“เราก็ต้องเฝ้ามองเกาหลีเหนือต่อไป ด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดกับความหวัง” คือข้อสรุปของ Daniel Tudor และ James Pearson ที่เขียนหนังสือ North Korea Confidential

เป็นไปได้หรือที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงในเกาหลีเหนือ โดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงในระบอบการปกครอง?

นั่นคือคำถามใหญ่ที่ยังรอคำตอบอยู่ถึงวันนี้