Ma:D “พื้นที่” นี้เพื่อสังคม

Ma:D “พื้นที่” นี้เพื่อสังคม

จากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ที่หลายภาคส่วนพยายามร่วมกันแก้ไข แนวคิดของผู้ประกอบการเพื่อสังคม จึงได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในวันนี้

“คุณสกลฤทธิ์ จันทร์พุ่ม” หรือคุณเก่ง หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “มาดี” Ma:D Club for change กิจการเพื่อสังคม ที่เล็งเห็นว่า ความร่วมมือของเหล่าผู้ประกอบการเพื่อสังคมนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากขาดพื้นที่ในการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เช่น คนทำงานสายพัฒนาสังคมอาจต้องการความช่วยเหลือในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกันยังมีนวัตกรที่สนใจใช้ศักยภาพของตนเองมาช่วยพัฒนาสังคมอีกมาก ซึ่งต่างก็สามารถ “เติมเต็ม” ซึ่งกันและกันได้ กล่าวโดยง่ายคือ “มาดี” เป็นหนึ่งใน Co-Working Space พื้นที่ทำงานร่วมกันที่ผู้ใช้บริการสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้คนหลากหลายวงการ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดนั่นเอง

ก่อนที่มาดี จะถูกริเริ่มขึ้นใน ปี พ.ศ. 2557 ยังมี Co-working Space ที่ชื่อ The Sync” ซึ่งเป็นพื้นที่กลางแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมมาก่อน ทว่าหากมองย้อนกลับไปใน ปี พ.ศ.2555 คำว่า Co-Working Space ในขณะนั้นยังถือว่าใหม่มาก คนจึงยังขาดความเข้าใจว่า ทำไมจึงต้องฝ่ารถติดเพื่อไปนั่งทำงานกับคนแปลกหน้า ทำให้ The Sync ต้องปิดตัวลงในปีถัดมา คุณเก่งและทีมผู้ก่อตั้ง จึงต้องการสานต่ออุดมการณ์จาก The Sync ทำให้นำมาสู่การก่อตั้ง “มาดี” ขึ้น

สิ่งที่มาดี แตกต่างจาก Co-Working Space ที่อื่นๆ และถือว่าเป็น “จุดเด่น” ที่สำคัญ นั่นก็คือ มาดี พร้อมที่จะต้อนรับทุกๆ คน โดยไม่มีการเก็บค่าสมาชิกหรือค่าใช้บริการจากผู้ที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่แต่อย่างใด คุณเก่งเล่าว่า อยากให้ มาดี เป็นเหมือนสวนสาธารณะที่ใครจะเข้ามานั่งเล่น นอนเล่นได้ เมื่อไรก็ได้ เป็นพื้นที่ซึ่งเปิดกว้างสำหรับทุกคน

โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น มาดี คิดค่าบริการรายวันเหมือน Co-Working Space อื่นๆ โดยอยู่ที่ 195 บาท ต่อวัน  แต่หลังจากที่เปิดดำเนินการไปได้เพียง 3 เดือน ก็ค้นพบว่า คนที่มาใช้พื้นที่ของมาดี นั้นมาดีสมชื่อ นั่นคือ การมีอุดมการณ์ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาสังคม ทำให้ทางทีมผู้บริหารมาดี มองว่า หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น อาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไอเดียในการช่วยสังคมนั้นๆ ไม่สามารถเป็นจริงได้ จึงได้ตัดสินใจยกเลิกค่าบริการสำหรับผู้ที่มาใช้พื้นที่นับตั้งแต่นั้น แต่หากผู้ใช้บริการคนใดเต็มใจที่จะช่วยเหลือ ก็สามารถหยอดเงินได้ในกล่องที่เตรียมไว้ตามกำลังได้

นอกเหนือจากพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ได้ฟรี มาดี ยังคงมีพื้นที่ไว้ให้บริการที่มีค่าใช้จ่าย คือในส่วนของออฟฟิศขนาดเล็กเพื่อรองรับผู้ใช้งาน 2-6 คน หลากหลายขนาด เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเปิดบริษัทใหม่และไม่ต้องการลงทุนกับพื้นที่สำนักงานซึ่งส่วนมากมักจะมีการกำหนดนอัตราค่าเช่าที่สูง และกำหนดระยะเวลาของสัญญาเช่าค่อนข้างยาว

คุณเก่งบอกอีกว่า ปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่เข้ามาใช้บริการ แต่มีผู้ทำงานในหลากหลายสายงาน ไม่ว่าจะเป็น Creative, Production หรือ Tech Startup ที่มาเช่าพื้นที่ของมาดี ในเอกมัยซอย 4 เพื่อทำเป็นสำนักงานเช่นเดียวกัน โดยนอกจากรายได้การเช่าสำนักงาน รายได้หลักของ มาดี อีกส่วนหนึ่งยังมาจากการให้เช่าพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่และการให้เช่าห้องประชุมขนาด 12-20 ที่นั่งอีกด้วย

นับแต่ตั้งแต่เปิดตัวมากว่า 2 ปี พวกเขาให้ความสำคัญกับการสร้าง Community ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีการจัด Workshop เพื่อให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมได้พบปะแลกเปลี่ยนไอเดียกัน นอกจากนั้นยังมี Workshop เสริมอื่นๆ เช่น ด้านการตลาด การตีมูลค่าธุรกิจ บัญชีภาษี เพิ่มเติมด้วย เพื่อพัฒนาความรู้ฝั่งธุรกิจให้กับเหล่าผู้ประกอบการสังคม

และแม้ว่าจำนวนของผู้ประกอบการเพื่อสังคมในประเทศไทยจะไม่ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คุณเก่งมองว่า ต้องการให้ มาดี เป็นหนึ่งส่วนที่ช่วยสร้าง SE community ให้แข็งแรง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคมอย่างต่อเนื่องต่อไป

กรณีศึกษาของ “มาดี” สะท้อนให้เห็นถึง การนำแนวคิดของ SE มาใช้ในการทำธุรกิจที่กำลังเป็นกระแส โดยกลยุทธ์หลักในการสร้าง Co-Working Space นั้น จำเป็นต้องมาจากการกำหนดจุดยืนและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของผู้เข้ามาใช้บริการ โดย มาดี เก็บประสบการณ์มาสร้างให้โมเดลธุรกิจใหม่ในครั้งนี้เกิดความยั่งยืนได้ ผ่านทางกลยุทธ์ Community marketing ที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ และ Synergy ผ่านทาง Community ของกลุ่มผู้ใช้บริการนั่นเอง

(เครดิต : การสัมภาษณ์ คุณสกลฤทธิ์ จันทร์พุ่ม และกรณีศึกษา โดย คุณวีราวันท์ วงศ์มาโนชญ์ นักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล)