จุดเริ่มปฏิวัติการคลัง

จุดเริ่มปฏิวัติการคลัง

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามข้อเเสนอของกระทรวงการคลัง โดยจะมีการปรับโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งใหญ่ของประเทศ แม้กระทรวงการคลังจะอ้างว่าไม่ใช่เป็นกฎหมายใหม่ แต่ออกมาทดแทนกฎหมายท้องถิ่นเดิม คือ กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ แต่ในแง่ของเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งในเรื่องของการสร้างความเป็นธรรมและรายได้เพื่อมาใช้ในการบริหารงานของท้องถิ่น

แต่หากพิจารณาความเป็นมาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเห็นได้ว่ามีความเป็นมายาวนานนับสิบนับตั้งแต่เริ่มมีการยกร่าง ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ริเริ่ม แต่ก็แทบไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสามารถผลักดันร่างกฎหมายในลักษณะนี้ออกมาได้ ในขณะที่รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่คนไทยต้องวิเคราะห์กันว่ามาจากสาเหตุใดและทำไมในช่วงที่รัฐบาลประชาธิปไตยไม่สามารถออกกฎหมายออกมาได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้หากสามารถประกาศบังคับใช้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในรายละเอียดในขั้นตอนสุดท้าย ก็จะเห็นได้ว่ามีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์จากข้อบังคับทางกฎหมาย โดยเฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจเจอผลกระทบโดยตรงจากการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2560 ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีทรัพย์ คือ บ้านและที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยกเว้นกรณีที่มีบ้านหลังที่สอง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบบ้างจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แน่นอนว่าหากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ส่วนที่ได้ประโยชน์คือสังคมโดยรวม เนื่องจากจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บภาษี อีกทั้งจะเป็นผลดีต่อการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีอำนาจเต็มในการจัดเก็บภาษีประเภทนี้ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการจัดเก็บมีมากขึ้นกว่าเดิมที่ติดกับหน่วยราชการอย่างสำนักงานเขตหรือสำนักงานที่ดิน เนื่องจากจะทำให้ท้องถิ่นมีแรงจูงใจในการจัดเก็บภาษีมากขึ้น ในขณะที่รัฐบาลส่วนกลางก็จะได้ประโยชน์เพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายงบอุดหนุนให้กับท้องถิ่น แต่จะให้เฉพาะส่วนที่เป็นเรื่องสำคัญเท่านั้น

ผลได้ทางอ้อมของภาษีประเภทนี้ คือจะทำให้เกิดภาระกับผู้ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้การเสียภาษีมีความเป็นธรรมมากขึ้น จากเดิมผู้มีฐานะแทบไม่มีภาระอะไรเลยจากการถือครองทรัพย์ และจะทำให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เนื่องจากที่รกร้างว่างเปล่าจะเสียภาษีมากขึ้น ดังนั้น ถือว่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคมมากขึ้น ซึ่งเราหวังว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องหลักการสำคัญ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ และจะมีการประกาศใช้ออกมาเพื่อบังคับใช้ในปีหน้าตามนโยบายที่วางไว้

เราขอสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างยิ่ง แม้ว่าจะกระทบต่อภาคธุรกิจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่หากประเมินจากผลที่เกิดขึ้นในสังคมจะเห็นได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสังคมไทยในอนาคต เพราะนี่คือการปฏิวัติทางระบบการคลังครั้งใหญ่ของประเทศ แต่งานสำคัญยังรออยู่ข้างหน้าอีกมาก เราเห็นว่าประเด็นท้าทายในระยะต่อไปคือ การบังคับกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ เราเชื่อว่าหากสามารถทำได้ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับสังคมไทยในอนาคตอันใกล้นี้