เทคโนโลยีก้าวหน้า กฎระเบียบต้องรองรับ

เทคโนโลยีก้าวหน้า กฎระเบียบต้องรองรับ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ อ้างผลสำรวจของโวดาโฟน

 บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของโลกระบุ 75% ของบริษัททั่วโลกใช้นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น ช่วยให้พนักงานปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อทำงานทางไกล นอกจากนี้ การสำรวจบุคลากรในภาคธุรกิจ 8,000 คนใน 3 ทวีปยังเผยให้เห็นด้วยว่า 53% ของบริษัทในสิงคโปร์ที่ใช้ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นนั้น มีผลกำไรมากขึ้น นับตั้งแต่เริ่มนำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติ ซึ่งการสำรวจธุรกิจขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง องค์กรภาคเอกชน และบริษัทข้ามชาติ 10 ประเทศ พบผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อว่า ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นได้ ด้วยระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกระบุว่าผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น 81% รายงานถึงผลิตภาพที่ปรับตัวดีขึ้น และ 58% เชื่อว่านโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นมีผลกระทบเชิงบวกต่อชื่อเสียงขององค์กร

ขณะเดียวกัน การใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บรอดแบนด์พื้นฐาน และบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติสถานที่ทำงาน โดย 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการบรอดแบนด์ที่บ้านเพื่อเข้าถึงระบบงานต่างๆ ขณะที่อีก 24% ใช้การเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน แทบแล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คโดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อดองเกิล

ส่วนค่ายเทคโนโลยีอย่างอินเทล ได้นำเสนอพัฒนาการของตัวเอง จากการเป็นผู้กำหนดอนาคตหน่วยประมวลผลที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนสู่ยุคโทรศัพท์มือถือ อิทธิพลของอินเทลอาจไม่ครองโลกอีกต่อไป หากอินเทลไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังคงต่อสู้ดิ้นรนทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป และเสียงจากอินเทล โลกยังต้องรับฟัง โดยล่าสุดที่งานคอมพิวเท็กซ์ ณ กรุงไทเป ไต้หวัน อินเทล นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งการเชื่อมต่อดีไวซ์อัจฉริยะกว่าพันล้านชิ้น บริการใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล รวมไปถึงคลาวด์แอพพลิเคชั่น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ จะส่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจให้ชีวิตบนโลกแห่งนี้ รวมทั้งปูทางสู่ยุคใหม่แห่งเทคโนโลยีของการประมวลผล

อินเทล หวังว่าการเริ่มต้นสู่ยุคใหม่นี้ กำหนดได้จากวงจรที่เกื้อหนุนการเติบโต ที่ผู้คนและธุรกิจได้รับประโยชน์สูงสุด จากโซลูชั่นที่ทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความสามารถเชื่อมต่อ รวมถึงเครือข่ายและคลาวด์ โดยการพัฒนาหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ของอินเทล ได้ออกแบบมาให้รองรับการส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบวีดิโอ รองรับความต้องการใช้งานยุคปัจจุบันที่กว่า 80% ของข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตล้วนอยู่ในรูปแบบวีดิโอ เป็นการช่วยลดขนาดของดาต้า เซ็นเตอร์ และลดการใช้พลังงาน

พร้อมกันนี้ อินเทลยังมองถึงเทคโนโลยี 5จี ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่สังคมอัจฉริยะและเชื่อมต่อกันมากขึ้น ทั้งผู้คน คลาวด์ ผ่านระบบไร้สายที่ทรงพลัง พลิกโฉมรูปแบบการดำเนินชีวิตสู้การสร้างสังคมอัจฉริยะและเชื่อมต่อกันมากขึ้น หลังจาก 4จี เป็นเรื่องการส่งผ่านข้อมูลให้เร็วขึ้น 

อนาคตล้วนอยู่ไม่ไกล ประเทศไทยผ่านการประมูลคลื่นความถี่เพื่อนำไปใช้ให้บริการ 4จีกันแล้ว และอีกไม่นานจะต้องขับเคลื่อนตามกระแสโลกสู่ “จี” อื่นๆ ต่อไป เทคโนโลยีมาจ่อประตูแล้ว แต่กฎระเบียบ วิธีการปฏิบัติจะก้าวไปอย่างไร ผู้เกี่ยวข้องพึงตระหนัก เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้เอื้อประโยชน์แก่การดำรงชีวิต และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นสุข