วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การพัฒนาแบบหมาเห็นเงา (8)

เนื้อหาของ 7 ตอนที่เขียนมาส่วนใหญ่มองไปที่ภาพกว้างของสังคมส่วนหนึ่งเพราะผมมีภูมิหลังหนักไปทางด้านมหภาค

ผมทราบดีว่าแก่นของการพัฒนาอยู่ที่ความก้าวหน้าในระดับจุลภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับตัวบุคคล มิฉะนั้นภาพที่ปรากฏออกมาในระดับมหภาคจะเป็นเพียงสิ่งที่มีผู้เรียกว่า “ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา” เมืองไทยถูกชาวอเมริกันบางคนดูแคลนว่า ตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้นด้วย แต่อย่าโกรธเพราะทั้งเขาและเราต่างตกอยู่ท่ามกลางการพัฒนาแบบหมาเห็นเงาด้วยกันทั้งคู่ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าใครจะสามารถมองเห็นภาพจริงได้ก่อนกันและต่อจากนั้นจะทำอะไร

ผู้ติดตามข่าวต่างประเทศย่อมทราบดีแล้วว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาเพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินเพราะขาดอาหาร ก่อนนั้นไม่นาน รัฐบาลสั่งให้ข้าราชการลดเวลาทำงานลงเหลือสัปดาห์ละสองวันเพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่าย เวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างของการพัฒนาแบบหมาโง่เห็นเงาที่น่าศึกษามาก ซึ่งตอนที่3 ได้พูดถึงแล้ว วันนี้ขอพูดถึงคนอเมริกันและเราชาวไทยในบางมุมมอง

สหรัฐกำลังมี “ปรากฏการณ์ทรัมป์” กล่าวคือ นักธุรกิจโดนัลด์ ทรัมป์จะเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแน่นอน ย้อนไปไม่นานเมื่อเขาประกาศเข้าช่วงชิงตำแหน่งนั้น ไม่มีใครคาดว่าเขาจะได้รับความนิยมมากถึงขนาดจะได้เป็นตัวแทนของพรรคใหญ่ ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมของเขาถูกเอ่ยถึงไปในทางขาดจรรยาบรรณที่ร้ายแรงทั้งจรรยาบรรณในการทำธุรกิจและจรรยาบรรณในการดำเนินชีวิตส่วนตัว ผมมองว่าปัจจัยที่ทำให้นายทรัมป์เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางเกิดจากความคับแค้นใจที่คุกรุ่นอยู่ภายในของชาวอเมริกัน เพราะเศรษฐกิจแทบไม่ขยายตัวหลังฟองสบู่แตกเมื่อปี 2551 พวกเขามองว่านักการเมืองที่เสนอตัวเข้ามาช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่มีใครจะแก้ปัญหาได้เพราะต่างอยู่ในแวดวงเดิมๆ นายทรัมป์เป็นผู้สมัครจากภายนอกวงการเมืองและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจจนเป็นมหาเศรษฐี ชาวอเมริกันจำนวนมากจึงมองว่าเขาน่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แม้เขาจะขาดจรรยาบรรณก็ตาม

นั่นเท่ากับชาวอเมริกันพร้อมที่จะลดมาตรฐานของจรรยาบรรณลง หากตนสามารถมีรายได้สำหรับใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้น คำถามหนึ่งจึงเกิดตามมา กล่าวคือ พวกเขาจะใช้จ่ายกันไปถึงไหนจึงจะทำให้เกิดความสุขกายสบายใจในเมื่อพวกเขาโดยทั่วไปก็ใช้จ่ายหลายเท่าของชาวโลกอยู่แล้ว คำถามนี้ชาวอเมริกันโดยทั่วไปไม่มีทางเข้าใจ หรือจะไม่ยอมพิจารณาหาคำตอบ ทั้งนี้เพราะพวกเขาถูกปลูกฝัง หรือถูกล้างสมองให้เชื่อว่าความสุขกายสบายใจอันเป็นเป้าหมายของชีวิตต้องมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เอื้อให้เขาบริโภคหรือใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะไม่มีทางเข้าใจว่าฟองสบู่ที่แตกในปี 2551 นั้นเกิดจากกระบวนการหมาโง่เห็นเงาของพวกเขาเอง

คงยังจำกันได้ว่า ฟองสบู่ที่แตกเมื่อปี 2551 เกิดจากการยืมเงินเพื่อซื้อบ้านของชาวอเมริกันตามราคาที่เกินกว่าพวกเขาจะสามารถชำระคืนได้ ชาวอเมริกันต้องการซื้อบ้านขนาดใหญ่ขึ้นไปแบบต่อเนื่อง ทั้งที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง ข้อมูลบ่งว่าในช่วงเวลา 5-6 ทศวรรษที่ผ่านมา ขนาดบ้านของชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในขณะที่ขนาดของครอบครัวเล็กลงจาก 3 คนเป็น 2.5 คนโดยเฉลี่ย พวกเขามองว่าจะมีความสุขเพิ่มขึ้นหากเปลี่ยนบ้านให้ใหญ่ขึ้นเมื่อฟองสบู่แตกและเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ชาวอเมริกันนับล้านตกงานซ้ำร้ายบ้านยังถูกยึด

ความสุขที่หวังจะได้กลายเป็นความทุกข์ตามด้วยความคับแค้นใจ หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวแต่ไม่ขยายตัวต่อไปในอัตราสูง พวกที่คาดหวังว่าตนจะต้องใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถทำได้ ก็เกิดความคับแค้นใจด้วย หากชาวอเมริกันที่พร้อมจะลดมาตรฐานของจรรยาบรรณลง มีจำนวนมากจนเลือกนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดี พวกเขาจะทำให้สหรัฐมีโอกาสเดินเข้าภาวะหมาโง่เห็นเงาแบบถาวรสูงมาก

ดังที่เกริ่นไว้ในตอนต้น เรากับเขาไม่ต่างกัน เนื่องจากสัปดาห์นี้มีวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญยิ่งทางพุทธศาสนารวมอยู่ด้วย จึงขอเสนอให้ช่วยกันคิดว่าในทางศาสนาชาวไทยส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะหมาเห็นเงาหรือไม่ แนวคิดหนึ่งซึ่งฝังอยู่ในจิตใจของชาวไทยส่วนใหญ่ คือการไปทำบุญกับพระและกับวัด แล้วบุญนั้นจะส่งตนสู่สวรรค์หรือไม่ก็นำไปสู่ภพหน้าซึ่งดีกว่าภพปัจจุบัน แนวคิดนี้นำไปสู่การทำบุญกันอย่างกว้างขวางและการก่อสร้างพุทธรูป โบสถ์ วิหารและอาคารขนาดใหญ่จนโดยทั่วไปดูไร้เหตุผล ขออนุญาตเล่าเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันอย่างละเรื่อง

ย้อนไปหลายทศวรรษ มีพี่น้องสองคนจากครอบครัวยากจนในชนบทห่างไกลไปโรงเรียนชั้นประถมในวัดด้วยกัน แม่เอาข้าวเหนียวนึ่งใส่กระติบพร้อมกล้วยสุกลูกเล็กๆ หนึ่งลูกให้พี่น้องทั้งสองนำไปเป็นอาหารกลางวัน ภาพที่พี่น้องเกี่ยงกันว่าใครจะกัดกล้วยลูกนั้นก่อนเป็นภาพที่สะท้อนใจยิ่ง ในครอบครัวนั้นและครอบครัวไทยในชนบทจำนวนมากที่ค่อนข้างขัดสน เมื่อได้อะไรมาไม่ว่าจะเป็นปลาตัวใหญ่ หรือกล้วยเครือโต ส่วนดีๆ จะนำไปถวายให้พระฉัน เหลือส่วนที่ด้อยกว่าไว้ให้ลูก ด้วยความหวังว่าเกิดชาติหน้าจะไม่ขัดสน เรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือของผมชื่อ “สามแผ่นดิน” ซึ่งพิมพ์เมื่อปี 2544

ในช่วงหลายปีมานี้ ผมมีโอกาสเข้าไปสนับสนุนการศึกษาในชนบทโดยตรง โรงเรียนส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของวัดซึ่งมักมีอาคารขนาดใหญ่โตและสวยงาม ตรงข้ามกับอาคารโรงเรียนหลายแห่งที่อยู่ในสภาพโทรมๆ การเรี่ยไรเพื่อนำเงินไปสร้างอะไรต่อมิอะไรให้วัดทั้งที่ไม่มีความจำเป็นได้เงินเป็นล้าน แต่การเรี่ยไรเพื่อนำเงินไปซ่อมแซมอาคารโรงเรียน หรือเพื่อการศึกษาโดยทั่วไปมักไม่ได้ผล ทั้งนี้เพราะเราเชื่อกันว่าการสนับสนุนการศึกษาจะไม่ได้บุญที่จะเกื้อหนุนให้เราไปเกิดชาติหน้าที่มั่งคั่งกว่าชาตินี้ หากเราต่างยังคิดและกระทำแบบหมาโง่เห็นเงาต่อไป เมืองไทยจะกลายเป็นหมาโง่เห็นเงาแบบถาวร