ผลเปิดซองประมูล โครงการติดตั้งเครื่องบรรจุนม UHT
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) แม้จะได้บริษัทที่ชนะการประมูล แต่ยังต้องชะลอเอาไว้ก่อนเมื่อมีข้อร้องเรียนเรื่องทุจริต ไปยังหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะยื่นต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 7 เม.ย. กระทรวงยุติธรรม ลงเลขรับที่ 2169 และยังยื่นร้องเรียนกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 7 เม.ย. ดีเอสไอ ลงเลขรับ 2616 และ พ.ต.อ.ไพสิฐ ส่งให้สำนักคดีอาญา 2 ดำเนินการสอบสวนแล้ว
ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ให้เหตุผลความจำเป็นที่เสนอโครงการติดตั้งเครื่องบรรจุนม UHT เพื่อบริหารความเสียงของสมาชิกสหกรณ์ เนื่องจาก อ.ส.ค.ไม่ใช่องค์กรแสวงหาผลกำไร แต่เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์เติบโต และอยู่ได้ ที่ผ่านมาเคยมีปัญหาเกษตรกรเทน้ำนมดิบทิ้ง แต่ อ.ส.ค.ได้เข้าไปบริหารจัดการ ส่งน้ำนมดิบไปยังโรงผลิตนมใกล้เคียงทั้งที่ภาคใต้ และภาคเหนือ ทว่า สิ่งเหล่านี้ เอกชนคู่สัญญาให้บริการเช่าเครื่องจักร ไม่มีทางทราบว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่อ.ส.ค.แบกรับเองทั้งสิ้น
ผอ.อ.ส.ค. บอกว่า ในแต่ละปีปริมาณน้ำนมดิบจากฟาร์มของ อ.ส.ค. และจากสมาชิกสหกรณ์ จะเพิ่มขึ้น 10% ขณะที่เครื่องจักรที่มีอยู่ ผลิตได้ในประมาณที่ใกล้จะเต็มศักยภาพ อ.ส.ค.จึงจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยง ไม่ให้น้ำนมดิบของสมาชิกตกค้าง อีกทั้งโครงการติดตั้งเครื่องบรรจุนม UHT ไฮสปีด บอร์ด อ.ส.ค.รับทราบมาทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่มีบอร์ดชุดไหนตัดสินใจ กระทั่งเขาเข้ามาเป็น ผอ.อ.ส.ค.จึงได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ กระทั่งบอร์ดชุดปัจจุบันเห็นชอบให้ดำเนินการเช่าเครื่องจักรได้
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ยืนยันว่า โครงการนี้ อ.ส.ค.ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อการลงทุนติดตั้งเครื่องจักร 420 ล้านบาท ไม่ใช่งบลงทุน แต่เป็นการเช่าเครื่องจักร ดังนั้น จึงไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งไม่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ
สำหรับประเด็นที่ มีข้อร้องเรียนไปยังหน่ยงานต่าง ๆ ว่าโครงการนี้ทุจริต นั้น ผอ.อ.ส.ค.ระบุว่า ในยุคนี้ไม่มีใครกล้าทำเรื่องทุจริต และได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ว่า ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างโปร่งใส การจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้รวบรัดขั้นตอนอย่างผิดปกติ การลงนามทีโออาร์ การเปิดทีโออาร์.ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้บริษัทหนึ่งบริษัทใด มีเจตนาให้แข่งขันโดยเสรี โดยการประมูลในครั้งนี้ กว่าจะติดตั้งเครื่องแล้วเสร็จต้องใช้เวลาเป็นปี
ดังนั้น เมื่อเป็นข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) รับการร้องเรียนของ นายโรจน์ สุมงคลกุล และดีเอสไอ รับเรื่องเดียวกันไว้สอบสวน รวมถึงร้องเรียนมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง ผอ.อ.ส.ค. บอกว่า ได้เตรียมเอกสารทั้งหมดเพื่อเข้าชี้แจงหน่วยงานเหล่านั้นด้วย รวมถึง เตรียมจะเข้าชี้แจง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์
ด้านนายนายโรจน์ ในฐานะผู้ร้องเรียนเรื่องนี้ เปิดเผยว่า วันที่ 12 พ.ค.เวลา 10.00 น. เขาจะเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ท. ตามที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.นัดมา โดยนอกจากประเด็นที่ร้องเรียนในเอกสารแล้ว เขายังมีประเด็นใหม่ที่จะเข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ท.ด้วย
การร้องเรียนครั้งนี้ ผอ.อ.ส.ค.บอกว่าถือเป็นโอกาสดีจะได้ชี้แจงให้สังคมรับรู้ ขณะที่ผู้ร้องเรียนก็ต้องการปกป้องไม่ให้รัฐเสียผลประโยชน์








