ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ออกมาแล้ว...
น่าตกใจดังคาด... เพราะผู้นำคนใหม่ที่ชนะคู่แข่งอย่างท่วมท้น ด้วยคะแนนเสียงกว่า 12 ล้านเสียงนั้น มีประวัติและนโยบายที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงเอามาก ๆ
แต่คงจะไม่ต่างกับที่ โดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐได้รับความนิยมอย่างสูง จากคนที่เชื่อในพรรครีพับบลิกัน
เพียงเพราะนักการเมืองสองคนนี้พูดจาอะไรที่บ้าบิ่น สุดลิ่มทิ่มประตูก็ได้ ขอให้สะใจชาวบ้านและสะท้อนให้เห็นว่า คนทั่วไปเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิม ๆ ของนักเลือกตั้งยุคเก่าแล้ว
โรดริโก ดูเตร์เต วัย 71 เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาวาว ทางใต้ของประเทศที่มีทั้งปัญหาอาชญากรรมและการก่อการร้าย วายร้ายแต่ละกลุ่มมีมือปืนประจำซุ้มของตัวเอง คอร์รัปชันในหมู่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วเสื่อมทรุดลง
เขาจึงต้องบริหารแบบ “นักเลงหัวไม้เจอนักเลงปากซอย”
วาทะหาเสียงของเขาไม่อาจเรียกว่าเป็นมาตรฐานของผู้นำระดับชาติได้ แต่จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ประชาชนคนฟิลิปปินส์วันนี้เทคะแนนให้เขามาเป็นผู้นำประเทศอย่างถล่มทลาย
ทั้ง ๆ ที่เขาเคยพูดจาที่ควรจะสร้างความน่ากลัวให้กับคนทั้งประเทศได้ เช่นเคยประกาศจะเอาชีวิตอาชญากร 100,000 คน
“ไม่ต้องมาพูดกับผมเรื่องสิทธิมนุษยชน ถ้าผมเข้าไปนั่งในทำเนียบประธานาธิบดีได้ ผมจะทำอย่างที่เคยทำในฐานะนายกเทศมนตรี พวกนักค้ายา พวกจี้ปล้น พวกทำอะไรไม่เป็น จงออกไปเสีย เพราะถ้าคุณไม่หลบลี้หนีไป ผมจะฆ่าพวกคุณ... ผมจะโยนพวกคุณลงในอ่าวมะนิลา ให้ปลาได้กินกันอิ่มหนำสำราญ...”
เขาพูดประโยคนี้ในการหาเสียงที่กรุงมะนิลาไม่กี่วันก่อนการหย่อนบัตร
เขาเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาวาว ทางใต้ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ 22 ปีเต็มและว่ากันว่าเขาใช้วิธี “วิสามัญ” โดยไม่สนใจว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และก็ยังเอาตัวรอดเงื้อมมือกฎหมายมาได้ตลอด แม้ถึงวันที่กำลังจะก้าวเข้าไปยึดตำแหน่งการเมืองสูงสุดของประเทศก็ตาม
เขาอ้างว่าวิธีเดียวที่จะจัดการกับความรุนแรงของอาชญากรรม คือต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เขาจึงตั้ง “หน่วยไล่ล่า” ขึ้นมาสังหารผู้ต้องสงสัยในคดีต่าง ๆ จนได้สมญานามว่าเป็น
“Duterte Harry” และ “The Punisher.”
แปลเป็นภาษาไทยก็อาจจะเข้าทำนอง “มือปราบสั่งลุยไม่ไว้หน้า”
ระหว่างการดีเบตหาเสียงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาประกาศเสียงดังฟังชัดว่า
“ถ้าลูกผมติดยา ผมก็จะฆ่าทิ้งเหมือนกัน”
ถ้าเขาสั่งฆ่าคนง่าย ๆ อย่างนี้ จะรอดจากการถูกกฎหมายจัดการหรือ?
ง่ายนิดเดียว คนที่กำลังจะเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศฟิลิปปินส์บอก “ผมก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง และเจ้าหน้าที่ที่ทำตามคำสั่งของข้าพเจ้า... ลงชื่อ โรดริโก ดูเตร์เต...มีอะไรไหม?”
อีกครั้งหนึ่ง เขาพูดถึงกรณีที่นักสอนศาสนาสาวออสเตรเลียน ที่ถูกนักโทษในคุกจับตัวไปข่มขืนว่า “แหมน่าเสียดาย พวกนี้ข่มขืนกันใหญ่ แต่เธอสวยมาก ผมคิดตอนนั้นว่านายกเทศมนตรีควรจะเป็นคนแรกในคิวข่มขืนนั้นน่ะ...”
วาจาอย่างนี้สร้างความเกลียดชังหวาดหวั่นในหมู่คนฟิลิปปินส์ไม่น้อย เมื่อมีเสียงวิจารณ์หนักหน่วง เขาก็อ้างว่า “นั่นมันเป็นวิธีการพูดแบบผู้ชายอกสามศอกต่างหากเล่า....” แต่เมื่อผู้คนไม่ยอมรับคำอธิบายห่าม ๆ เช่นนั้น เขาจึงยอมขอโทษ
และยอมรับว่า “บางครั้งปากผมมันใช้ไม่ได้จริง ๆ”
วาจาระรานของเขาไม่เว้นแม้แต่องค์สันตะปาปา วันหนึ่งเขาตะโกนลั่นว่า
“การจราจรแย่มาก ๆ เราติดอยู่ถ้าห้าชั่วโมง ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องปิดการจราจร ผมถามว่าใครมา เขาบอกว่าโป๊ปเสด็จ ผมอยากจะโทรไปหาและบอกว่าท่านโป๊ป (ใช้คำหยาบคายเกินกว่าจะตีพิมพ์ได้) กลับบ้านไปเถอะ อย่ามาเยี่ยมเราอีกเลย...”
เกี่ยวกับความขัดแย้งกับจีนกรณีหมู่เกาะสแปรตเลย์ในทะเลจีนใต้ เขาบอกว่า “ผมจะขี่เจ๊ทสกีไปถึงเกาะแห่งนั้น ปักธงฟิลิปปินส์ตรงนั้น ยืนยันว่าเป็นดินแดนของเรา จีนจะทำอะไรกับผมก็เชิญ...”
นักข่าวถามเขาว่าเหมือนโดนัล ทรัมป์จริงไหม?
“ไม่จริง โดนัล ทรัมป์เป็นคนหัวรั้น ผมเปล่า...”
หรือการเมืองระดับชาติของโลกกำลังจะเพี้ยนหนักขึ้นทุกที เพราะการเมืองของนักเลือกตั้งสร้างความหายนะมามากพอแล้ว?
และอย่านึกว่าปรากฏการณ์อย่างนี้จะเกิดในเมืองไทยไม่ได้!


