background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

EER และ SEER ช่วยคุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริงหรือ?

EER และ SEER ช่วยคุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริงหรือ?

ฤดูร้อนปีนี้มาเร็ว และร้อนหนักขึ้นกว่าทุกปีนะครับ จนส่งผลให้เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด

หรือพีคอยู่ที่ 28,351.7 เมกะวัตต์ ทุบทำลายสถิติของปีนี้ และปีที่แล้ว สาเหตุหลักๆ มาจากอากาศที่อบอ้าวและอุณหภูมิที่ร้อนสูงขึ้น ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องหาตัวช่วยคลายร้อน อย่างเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก และคงจะดีไม่น้อยหากเราได้รู้ถึงวิธีการเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรา และไม่ต้องตกใจเวลาเจอบิลค่าไฟฟ้าตอนสิ้นเดือน วันนี้ผมจึงนำเรื่องนี้มาบอกกล่าวกันครับ

ก่อนอื่น เครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมและประหยัดไฟฟ้าที่สุดในเวลานี้ ควรจะเลือกเป็นเครื่องปรับอากาศฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่มีค่า SEER สูง แต่คืออะไรนั้น ขอทำความเข้าใจดังต่อไปนี้ครับ

คำว่า ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เราอาจได้ยินกันจนคุ้นหู และรู้จักกันมานาน แต่ก็อาจยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร เพื่ออะไร และช่วยเราประหยัดค่าไฟได้อย่างไร

“ฉลากประหยัดไฟฟ้า” เป็นฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ประสิทธิภาพค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ซึ่งฉลากประหยัดไฟนี้จะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง เบอร์ 5 นั่นหมายถึงเบอร์ 5 คือ ระดับการประหยัดไฟที่มากที่สุด

ในส่วนของฉลากประหยัดไฟฟ้าบนเครื่องปรับอากาศนั้น จะมีเกณฑ์ระดับประสิทธิภาพพลังงาน ที่เรียกว่าอัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) (จำคำนี้เอาไว้นะครับเดี๋ยวผมมาจะมาอธิบายเพิ่มเติม) เพื่อเป็นตัวกำหนดว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับใด ซึ่งเครื่องปรับอากาศแต่ละขนาดก่อนจะได้การรับรองการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเบอร์ 5 จะต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และข้อกำหนดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

แล้วทราบกันหรือไม่ว่า ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 สำหรับเครื่องปรับอากาศบ้านเรา มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ เครื่องปรับอากาศชนิด Fixed Speed (ทดสอบแบบ EER) และ เครื่องปรับอากาศชนิด Inverter หรือ Variable Speed (ทดสอบแบบ SEER) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร และส่งผลอย่างไรกับบิลค่าไฟของเรา

เริ่มจากเครื่องปรับอากาศชนิด Fixed Speed ทดสอบแบบ EER ย่อมาจาก Energy Efficiency Ratio เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งระบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วในการหมุนรอบได้ จึงต้องตัด-ต่อการทำงานของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์บ่อยๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้อง ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในการรักษาอุณหภูมิในห้องไม่ค่อยสม่ำเสมอและเครื่องทำงานมีเสียงดัง

ส่วนเครื่องปรับอากาศชนิด Inverter หรือ Variable Speed ทดสอบแบบ SEER ย่อมาจาก Seasonal Energy Efficiency Ratio เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานตามฤดูกาลของเครื่องปรับอากาศ โดยจะนำค่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศมาพิจารณาร่วมด้วย ทำให้มีความใกล้เคียงกับสภาพการใช้พลังงานจริงมากขึ้นกว่าแบบ EER โดยเจ้าตัวนี้จะมีระบบเซ็นเซอร์คอยตรวจจับอุณหภูมิ ซึ่งเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด คอมเพรสเซอร์จะลดรอบลงเพื่อรักษาความเย็นเอาไว้ระดับหนึ่ง โดยที่คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดทำงาน เลยทำให้มีจุดเด่นด้านการประหยัดไฟฟ้าที่มากกว่าถึง 30% รักษาอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่กว่าเครื่องปรับอากาศแบบเดิม เย็นเร็วกว่า เครื่องเดินเงียบกว่า ที่สำคัญเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

คงพอจะเข้าใจกันบ้างแล้วนะครับสำหรับเรื่องฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และความแตกต่างของการวัดค่าประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศแบบ EER กับ SEER เพื่อให้เข้าใจตรงกัน

ผมขอสรุปอีกครั้งถึงหลักสำคัญในการเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับอากาศในบ้านเรา คือ

1)ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่แสดงว่าเป็นเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดไฟ

2) ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า SEER สูง

3) ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาด (บีทียูต่อชั่วโมง) ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง

และอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เรื่องของราคาเครื่องปรับอากาศ และค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย มีความสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อเช่นกัน เราควรเปรียบเทียบผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เช่น หากลงทุนเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีราคาแพงขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง (ค่า SEER สูง) ก็จะส่งผลให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายรวมได้มากกว่า หลักการเลือกเครื่องปรับอากาศง่ายๆ เพียงแค่นี้ ก็จะทำให้หน้าร้อนนี้หรือหน้าร้อนไหนๆ สบายตัวและสบายกระเป๋าไปพร้อมๆ กันแล้วครับ

ที่สำคัญอย่าลืมร่วมเป็นทีมชาติประหยัดพลังงาน ไปพร้อมกับสำนักงานนโยบายและพลังงาน (สนพ.) ด้วยกิจกรรม รวมพลังหาร 2 ลดพีคไฟฟ้าซึ่งทุกครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศควรปรับอุณหภูมิขึ้น 1 องศาเซลเซียส หรือปรับเป็น Fan Mode ในช่วงพีคโหลด (ช่วงเวลา 14.00-15.00 น.) กันนะครับ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานของชาติกันนะครับ

---------------

ทวารัฐ สูตะบุตร