วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องปลดล็อกหนี้ครัวเรือน

เริ่มต้นสัปดาห์การทำงานแรก หลังเทศกาลวันหยุดยาว

ช่วงสงกรานต์ 2559 มาแล้ว หลายคนที่มีโอกาสไปเดินเที่ยวชมบรรยากาศในห้างสรรพสินค้า และศูนย์ค้าปลีกขนาดใหญ่หลายแห่ง น่าจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์การตลาดในลักษณะเดียวกันนี้คือ Sale กระหน่ำทั้งห้าง ลดแล้วลดอีก บ้างห้างโชว์ตัวเลขส่วนลดสูงถึง 70%

อะไรทำให้บรรยากาศตลาดเป็นเช่นนี้ แน่นอนการเสนอส่วนลดมากระดับนี้ ย่อมมาจากบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบของการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งสะท้อนว่ากำลังซื้อค่อนข้างมีปัญหานั่นเอง เป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในแทบทุกภาคส่วน แม้กระทั่งกลุ่มผู้มีรายได้สูง ตลาดในะดับเอบวก ก็ดูเหมือนตลาดไม่คึกคักเช่นเดียวกัน เพราะสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง ก็พ่วงกิจกรรม Sale มาเป็นแคมเปญกระตุ้นตลาดด้วย กลุ่มนี้อาจไม่ได้มีปัญหากำลังซื้อ แต่มีปัญหาไม่มีอารมณ์ซื้อ เพราะกังวลเรื่องเศรษฐกิจ

แต่ที่ดูจะหนักหนาสาหัสกว่า น่าจะเป็นตลาดในกลุ่มกำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง ซึ่งค่อนข้างเงียบ ประกอบกับตัวเลขสัดส่วนหนี้ครัวเรือน ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่ามีสัดส่วนมากถึง 83.5% ต่อจีดีพี และยังพบว่าสัดส่วนหนี้สินที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน หรือหนี้เสียที่ไม่ก่อเกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นเป็น 17.9% มีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมเท่ากับ 5.2% โดยยอดค้างชําระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน เพิ่มถึง 25.7% และเป็นสัดส่วน 3.1%ของยอดคงค้าง

จากตัวเลขนี้จะเห็นว่า กำลังซื้อในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง ที่ใช้บัตรเครดิต และใช้บริการสินเชื่อด้านต่างๆ กำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และมีการผิดนัดชำระเกินกว่า 3 เดือน ส่งสัญญาณกระทบต่อกำลังซื้อแน่นอน และเป็นฐานผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างมาก เป็นฐานตลาดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ สินค้าและบริการในตลาดระดับกลาง

อย่างไรก็ดีไตรมาสแรกที่ผ่านมา เริ่มเห็นมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลพยายามผลักดันออกมาเพื่อเพิ่มเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ด้วยการให้สามารถนำใบเสร็จการจับจ่ายใช้สอยช่วงสงกรานต์ สำหรับการท่องเที่ยวที่พัก และร้านอาหารมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท และยังส่งเสริมให้การเดินทางท่องเที่ยวทั้งปี ส่วนที่พักและบริการทัวร์ นำมาลดหย่อนภาษีได้อีก 15,000 บาท รวมสองรายการเป็น 30,000 บาทในการลดหย่อนภาษี

ล่าสุดยังมีมาตรการ ลดการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเพิ่มวงเงินการหักลดหย่อนส่วนบุคคล สำหรับการยื่นภาษีปี 2560 ในหลายรายการที่เชื่อว่า จะทำให้มีเงินคืนเข้ากระเป๋าประชาชน แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นมาตรการระยะปานกลางที่จะใช้เพื่อส่งเสริมทางออ้ม แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ คือ ผู้คนไม่มีกำลังการใช้จ่าย เพราะติดภาระหนี้ค่อนข้างมาก รัฐบาลยังไม่ได้ลงมาดูแลในส่วนหนี้ การช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน ด้วยมาตรการที่เป็นการแก้ปัญหา และป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม หากมีมาตรการทำนองนี้ออกมา เชื่อว่าจะกระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงได้มากขึ้น

เมื่อประชาชนได้รับการแบ่งเบาภาระหนี้ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง จะสามารถทำให้คนชั้นกลางและระดับล่าง มีกำลังเพียงพอที่จะจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เชื่อว่าจะได้ผลมากกว่ามาตการส่งเสริมทางอ้อมที่รัฐบาลออกมา แต่ก็ต้องมาดูกันว่า มาตรการลดภาระหนี้แบบใด ที่ไม่เป็นการส่งเสริมให้คนก่อหนี้ แต่เป็นมาตรการช่วยลดภาระ เพื่อให้ดำรงชีพจากฐานรายได้เดิม ซึ่งหลายส่วนไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพราะติดภาระหนี้สูง ให้ก้าวเดินต่อไปได้ไม่หยุดชะงัก เป็นอีกโจทย์ที่อยากฝากถึงรัฐบาล ให้พิจารณาเป็นมาตรการเร่งด่วน หากต้องการฟื้นเศรษฐกิจแบบรวดเร็ว อย่างเช่นในปัจจุบัน