วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปานามา เปเปอร์ส เกมสะดุดโลก

ช็อกกันไปทั่วโลก หลังจากที่บันทึกลับที่กลายเป็นไม่ลับ

ฉบับปานามา เปเปอร์ส ถูกนำออกมาตีแผ่โดยหนังสือพิมพ์เยอรมนีเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยออกมาแฉถึงข้อมูล 11.5 ล้านบัญชีของผู้นำโลก นักการเมือง นักธุรกิจ นักลงทุน นักกีฬาและนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ รวมถึงบริษัทนิติบุคคลจากทั่วโลกกว่า 214,000 ราย มีพฤติกรรมการซุกซ่อนเงิน และสินทรัพย์เพื่อหลบเลี่ยงภาษี รวมทั้งการกระทำฟอกเงิน โดยผ่านสำนักงานกฎหมายของปานามาที่ชื่อว่า Mossack Fonseca ซึ่งทันทีที่บันทึกลับปรากฏสู่สายตาชาวโลก ก็เกิดปฏิกิริยาประท้วงของชาวไอซ์แลนด์ ต่อต้านและขับไล่นายกรัฐมนตรีมีชื่อของภรรยาปรากฏเป็นลูกค้าอยู่ในบัญชี จนกดดันให้นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ต้องประกาศลาออกในวันถัดมา แต่ดูเหมือนว่าแรงกระเพื่อมกระเทือนสู่ผู้นำโลกจะไม่หยุด ขณะที่ข้อมูลต่างๆ เริ่มถาโถมออกสู่การรับรู้ของสาธารณชนมากขึ้น ว่าผู้นำระดับโลกที่มีชื่ออยู่ในบันทึกลับปานามานี้มีมากถึง 128 คนที่รวมถึงชื่อบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้นำอย่าง ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แม้แต่ชื่อผู้นำของอาร์เจนตินา หรือยูเครน

ในขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้บอกปัดไม่มีส่วนรู้เห็น กับกระแสเงินที่มีการโอนย้ายเคลื่อนไหวในต่างประเทศถึง 2,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่า ซุกซ่อนไว้ในต่างประเทศตามรายงานของ ICIJ ที่อ้างว่าเป็นข้อมูลปรากฏอยู่ในปานามา เปเปอร์ส โดยปูตินตอบโต้ในระหว่างการพบปะกับสื่อในประเทศ 400 คนว่าการกระทำเป็นของฝ่ายสหรัฐที่ต้องการทำลายรัสเซีย ขณะเดียวกันกับ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาได้แถลงปฏิเสธข่าวซุกซ่อนเงินในต่างประเทศ จากที่ต้องตกเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ถูกระบุชื่อในบันทึกลับฉบับนี้ด้วย แม้แต่นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่ออกมาปฏิเสธก่อนที่จะยอมรับว่า เคยลงทุนในทรัสต์ที่บิดาของตนเป็นผู้ก่อตั้ง แต่ได้มีการขายออกไปเมื่อปี 2553 ก่อนรับตำแหน่งผู้นำของอังกฤษ นอกจากนี้ CNNMoney อ้างรายงานของไฟแนนเชียล ไทม์ ได้ระบุว่า FCA หรือ The Financial Conduct Authority ซึ่งหน่วยงานตรวจสอบทางการเงินของอังกฤษได้สั่งธนาคารพาณิชย์ 20 แห่งในอังกฤษเช่น HSBC, Credit Suisse, UBS, Societe Generale ให้รายงานธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมาย Mossack Fonseca ภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้

ทางด้าน The Guardian หนังสือพิมพ์ของอังกฤษได้ระบุว่า บันทึกลับปานามาเป็นจุดเริ่มต้น ของเรื่องฉาวโฉ่ที่สุดแห่งยุค เกี่ยวกับพฤติกรรมเลี่ยงภาษีของธุรกิจทั่วโลก ที่ดำเนินการที่เบอร์มิวด้า และเกาะเคย์แมน ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนเสรีของเมืองปลอดภาษี รวมถึงอีกหลายสำนักข่าวที่รายงานเพิ่มเติม ถึงการทำธุรกรรมการเงินเพื่อเลี่ยงภาษี ล้วนแต่มีสำนักงานใหญ่ที่เป็นตัวแทนจัดตั้งทั้งในบาฮามาส บริติช เวอร์จิน ขณะที่คลื่นแห่งความสงสัยได้ส่งมาถึงไทยด้วย โดย พ.ต.อ.สีหนาทประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และรักษาการเลขาธิการ เปิดแถลงเมื่อวันศุกร์ถึงกรณีเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International  Consortium Of Investigative Journalists) หรือ ICIJ ร่วมกับหนังสือพิมพ์ซุสดอยเชอร์ ไซตุง (Suddeutsche Zeitung) ของเยอรมนี เปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากปานามา เปเปอร์ส พบว่ามีผู้นำประเทศในปัจจุบัน 12 ประเทศ นักการเมืองกว่า 200 คน ธนาคารใหญ่กว่า 350 แห่ง และมีรายชื่อคนไทย 21 คน แต่จากการข้อมูลที่สืบค้นจากเว็บไซต์ของ ICIJ พบรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลไทย รวม 780 รายชื่อ แบ่งเป็นรายชื่อบุคคลไทย 411 รายชื่อ บุคคลต่างชาติ 262 รายชื่อ นิติบุคคล 46 บริษัท แต่เป็นรายชื่อซ้ำ 61 รายชื่อ ซึ่งบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวอาจเป็นนักลงทุนที่สนใจลงทุนในต่างประเทศ ซึ่ง ปปง.จะยังคงติดตามข้อมูลรายละเอียดต่อเนื่องต่อไป

นับจากนี้ คนไทยคงต้องจับตาและติดตามกันให้หายสงสัย ว่าข้อมูลในบันทึกลับปานามาที่ ICIJ จะมีการเปิดเผยอย่างไรนั้นเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ ICIJ ที่มีสมาชิกอยู่ 65 ประเทศได้ทำการตีแผ่ข่าวปานามา เปเปอร์ส นั้น เป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากองค์กร และมูลนิธิที่ล้วนเป็นของสหรัฐที่คุ้นหู เช่น Ford Foundation, Carnegie Endowment, Rockyfell Family Fund, W K Kellogg Foundation, Open Society Foundation (George Soros) รวมถึง USAID ด้วย เป็นข้อมูลที่มีถูกต้องโปร่งใส และมีที่มาที่ไปของบุคคลและบริษัทนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน หรือจะเป็นเพียงแค่ “เกมสะดุดโลก” ที่ทำให้ผู้นำ บุคคล และประเทศที่มีชื่ออยู่ในปานามา เปเปอร์ส ต้องหันมาเคลียร์ตัวเองต่อคนในประเทศของตนด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานระบุว่า Mossack Fonseca สำนักกฎหมายที่กุมบัญชีรายชื่อบุคคลขั้นนำของโลก และในระดับประเทศ ความจริงแล้วมีผู้ถือหุ้นที่ประกอบด้วยบุคคล 441 ราย เป็นบริษัทอีก 3,072 ราย บริษัทจัดการลงทุน-บริหารสินทรัพย์ 211 ราย และยังรวมถึงบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนอเมริกันอีก 3,467 ราย จะมีใครอยู่เบื้องหลังเกมนี้หรือไม่