วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูจีนตั้งวงวิเคราะห์: (4) รถไฟไทย-จีนจะตกรางไหม?

ผมเชิญ “กูรูจีน” แถวหน้าของประเทศ

มาตั้งวงวิเคราะห์ “อาการมังกรยักษ์” เพื่อให้ได้หลากหลายความคิดในรายการ “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” ทาง Nation TV

วันนั้น ในวงเสวนามี ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น, ดร.สมภพ มานะรังสรรค์, ดร.สารสิน วีระผล, คุณโจ ฮอร์น พัธโนทัย และคุณทนง ขันทอง

หัวข้อสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ “รถไฟไทย-จีน”

บทแลกเปลี่ยนวันนั้นเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับจากการพบกับนายกฯ หลี่เค่อเฉียงของจีน ที่ไหหลำ และประกาศว่าประเทศไทยจะควักกระเป๋าสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเอง จากกรุงเทพฯ ไปโคราช ไม่กู้เงินจากจีน แต่จะใช้เทคโนโลยีจีน โดยจีนตกลงจะใช้วิศวกรและคนงานไทย

ทำไมจึงออกมาอย่างนี้... ย้อนไปฟังบนสนทนาในหัวข้อนี้ ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนผันอีกครั้งของโครงการนี้

อักษรศรี: ตอนนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงเก็บรายละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่โดนเอาเปรียบจากข้อตกลงนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเรื่องราวจะจบยังไง เพราะยังไม่มีคำตอบจากจีน

สุทธิชัย: มีการต่อรองกันในเรื่องราคาค่างบประมาณต่างๆตลอดเวลา ซึ่งไทยเราพยายามจะต่อรองให้ลดราคาค่าก่อสร้างลงมา รวมถึงพยายามเปลี่ยนจาก รางคู่ให้เหลือแค่รางเดี่ยว

อักษรศรี: ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่ามูลค่าของโครงการนั้นเท่าไร พยายามต่อรองกันอยู่

โจ: ท้ายที่สุดแล้วยังไงก็ตกลงกันได้ แต่ไม่น่าจะใช่เร็วๆนี้ เพราะต้องดูปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ 1. ผลประโยชน์ของประเทศไทย ว่าถ้าเกิดมีขึ้นมาแล้วเราจะขายตั๋วในราคาเท่าไร ถึงจะเพียงพอต่อการคืนดอกเบี้ยให้กับจีน และไม่แพงเกินไปจนคนไม่ยอมขึ้น 2. คือ ระหว่างที่พูดคุยกับทางจีนนั้นก็ต้องรักษาความสัมพันธ์กับจีนไว้ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ข้อนี่ไม่ยากเกินไปและสามารถทำได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลา

สารสิน: ถ้ามองในรายละเอียดแล้ว คงจะต้องมีการเจรจากันอีกนานมาก เพราะว่าจีนคือผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดในการสร้างรางรถไฟนี้

สมภพ: มี 2 เหตุผลที่ทางรถไฟนี้เป็นประโยชน์กับจีนมากที่สุด 1. คือ ทางยุทธศาสตร์ เพราะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการขนส่งให้กับจีน ที่จะไม่ต้องใช้ทางทะเลจีนใต้อย่างเดียวอีกต่อไป 2. ฐานการลงทุนใหญ่ของจีนอยู่ที่ CLM (Cambodia, Laos, Myanmar) การสร้างรางรถไฟลงมาที่ไทยเรา ทางจีนจะสามารถลากยาวต่อไปทาง 3 ประเทศนี้ได้

สารสิน: เทียบกันแล้วระหว่างความสัมพันธ์ระหว่าง จีน-พม่า นั้น ดีกว่า จีน-ไทย เพราะในทางปฏิบัติแล้ว เราไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรกับจีนแบบจริงจัง เมื่อเปรียบเทียบกับ CLM ที่มีการทำธุรกิจกันอย่างจริงจัง

สุทธิชัย: จีนได้ประโยชน์มากกว่าไทยใช่มั้ย?

สมภพ: ได้มากกว่าไทย 70-30 เพราะเป้าหมายทางเศรษฐกิจนั้นจีนได้เปรียบกว่ามาก ด้วยการใช้ไทยเป็นฐานในการ ไปลงทุนในประเทศที่ยังไม่มีการลงทุนสูง และเป็นตัวเชื่อมไปหา CLM

โจ: อีกเหตุผลหนึ่งก็คือตอนนี้เศรษฐกิจของจีนกำลังชะลอตัวลง เพราะไม่มีอะไรที่จะสร้างในประเทศแล้ว เลยต้องมีการกระจายออกมานอกประเทศ และยังไงก็เชื่อว่า จีนก็ได้ผลประโยชน์มากกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าจะสามารถทำให้ข้อตกลงเหล่านี้ เอื้อประโยชน์ต่อคนไทยได้มากแค่ไหน

สุทธิชัย: ไม่กลัวว่าจีนจะเจาะตลาดในไทยง่ายขึ้นหรือ?

โจ: มองในมุมกลับกันเราก็สามารถไปเปิดตลาดในจีนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

อักษรศรี: อยู่ที่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากรถไฟสายนี้อย่างไร เพราะเราสามารถใช้รถไฟใหม่นี้ ส่งสินค้าไปที่ยุโรปได้ภายใน 15 วัน ดังนั้นเราควรจะมองภาพใหญ่และนึกถึงประโยชน์ของสถานการณ์นี้

สารสิน: เรื่องการขนส่งสินค้าตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญมากในจีน ซึ่งไทยเราควรจะร่วมมือกับจีน เพราะส่งออกอาหารเป็นหลัก ดังนั้นการร่วมมือกับจีนในด้านนี้จะช่วยให้เราสามารถ ส่งสินค้าที่เน่าเสียได้ง่าย หรือต้องเก็บในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เช่น กุ้ง และทางรถไฟนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการส่งไปได้อีก

สุทธิชัย:  เหตุผลทางการเมืองกับเศรษฐกิจนี้ไปด้วยกันได้ไหม?

สมภพ:  เชื่อว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ย่อมทำได้ เพราะในเรื่องนี้เราไม่จำเป็นต้องแยกข้างหรือแบ่งข้างแต่อย่างใด