วันก่อนไปดำเนินรายการให้กับ “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)”
ประเด็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบ
ผู้มาร่วมวงเสวนาล้วนเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ และทุกคนตระหนักว่าประชาชนทั้งประเทศ ตั้งความหวังว่าหากรัฐธรรมนูญใหม่ มีเป้าหมายป้องกันไม่ให้คนโกงคนฉ้อฉล เข้ามามีอำนาจทางการเมืองในทุกระดับของประเทศจริง ต้องมีเนื้อหาสาระที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง
ที่ผมคิดว่าเป็นความหวังใหม่คือการจัดตั้ง “ศาลทุจริต” ซึ่งคุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันบอกว่า อยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย และน่าจะผ่านออกมานำไปปฏิบัติได้ในไม่ช้า
แต่หากจะให้รอบด้านกว่านั้น นพ. ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (ที่มีคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณเป็นประธาน) เสนอว่าควรจะต้องตั้ง “ศาลวินัยการคลัง” ควบคู่ไปด้วย
ศาลวินัยการคลังจะป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้นโยบายประชานิยมแบบไม่รับผิดชอบ เอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองของตน โดยไม่สนใจว่าจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ อย่างที่เห็นตัวอย่างมาแล้วในโครงการจำนำข้าว ที่วันนี้ประมาณกันว่าได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ 6-7 แสนล้าน
คุณหมอชูชัยเสนอด้วยว่าควรจะเพิ่มเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับยื่นแสดงแบบภาษีเงินได้ย้อนหลัง อย่างน้อยสามปีพร้อมกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย
“หากทำได้อย่างนี้ คนที่คิดจะเล่นการเมืองจะต้องแน่ใจว่า ประวัติของตัวเองไม่มีอะไรที่จะกลายเป็นประเด็นถูกเล่นงาน เพราะพฤติกรรมไม่สุจริตทั้งหลาย เพราะเพียงแค่แสดงบัญชีทรัพย์สินไม่พอ ที่จะยับยั้งนักการเมืองที่คิดร้ายทำลายชาติได้...” คุณหมอชูชัยบอก
พล. ต. อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. บอกว่าแม้ในหลักการจะเห็นพ้องกับการกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาคดี แต่บางคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ควรจะมีความคล่องตัวในการหาข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนเพราะอาจจะเป็นคดีสลับซับซ้อนหรืออาจต้องไปหาข้อมูลในต่างประเทศ
ท่านประธาน ป.ป.ช. พูดถึงประเด็นข้อเสนอลดวาระของกรรมการลงจาก 9 ปีเหลือ 7 ปีเหมือนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีความเห็นว่างานของ ป.ป.ช. ต้องใช้เวลาต่อเนื่อง หากเปลี่ยนบ่อยอาจกระทบประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ละองค์กรอิสระย่อมมีภารกิจและลักษณะงานที่แตกต่างกัน
คุณบดินทร์ อัศวาณิชย์ รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยบอกว่า ควรเพิ่มข้อความให้คำสั่งของนักการเมือง ต่อข้าราชการต้องเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหาไม่แล้วนักการเมืองก็จะใช้ข้าราชการประจำ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยที่ตัวเองไม่ถูกพัวพัน
คุณประมนต์บอกว่าในร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการปราบปรามทุจริตถึง 44 มาตราซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี อาจถือได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในมิติการปราบปรามคอร์รัปชันแม้ยังจะต้องพิสูจน์กันในทางปฏิบัติก็ตาม
เช่นการแก้ไขพระราชบัญญัติข่าวสารทางราชการหรือที่ฝรั่งเรียก Freedom of Information Act ซึ่งเปิดทางให้ประชาชนสามารถขอข้อมูล เกี่ยวกับกิจกรรมของรัฐบาลและหน่วยราชการทั้งหมดได้ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากเท่าที่ควร
เดิมหลักใหญ่ของกฎหมายฉบับนี้ คือการถือว่าข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับราชการ ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีการระบุว่าส่วนไหนไม่ใช่ความลับ
แต่หลักการใหม่แก้ไขให้ข้อมูลทุกอย่างถือว่าต้องเปิดเผย การจะถือว่าข้อมูลใดเป็น “ความลับราชการ” จะต้องเป็นข้อยกเว้น
เรายังจะต้องรอคอยให้การแก้ไข ที่เป็นหัวใจของการสร้างความโปร่งใส ให้กับการทำงานของนักการเมืองและข้าราชการ จะเป็นความจริงในชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งหลายได้เมื่อใด
วันนี้ เราได้มาตราที่ระบุว่านักการเมืองที่ถูกจับได้ว่าโกงกิน จะถูกห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต
เรากำลังรอให้กำหนดลงไปด้วยว่า คดีคอร์รัปชันนักการเมืองและข้าราชการต้องไม่มีวันหมดอายุความ!
และหวังว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องพูดเล่นกันในวัน April’s Fool วันนี้!






