ฤดูเกณฑ์ทหารมาถึงอีกแล้ว เมษายนเป็นช่วงที่ชาวไทยอายุครบ 20 ปี หรือพวกที่หมดเวลาผ่อนผันไปเข้ารับการตรวจคัดเลือก
และเป็นทหาร อารมณ์ความรู้สึกของคนที่ได้เป็นพลทหารและญาติๆ ในวันนั้นบ้างก็ภูมิใจที่จะได้รับใช้ชาติด้วยสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะให้ได้ คือเลือดและชีวิต บ้างก็หวาดหวั่นใจชีวิตในค่ายทหารอาจลำบาก ถูกกลั่นแกล้ง เสี่ยงตายในสนามหรือเสียโอกาสทำมาหากิน อย่างไรก็ตาม ทหารยังจำเป็นสำหรับประเทศไทย และที่จำเป็นมากกว่าคือจิตใจแบบทหารของคนไทย
ฟากฝ่ายที่ต้องการไม่ให้มีทหารนั้นมีประเด็นแย้งที่น่าสนใจ เช่น ในโลกยุคใหม่ที่ภัยคุกคามตามแบบน้อยลงไป ประเมินกันว่าไทยไม่มีข้าศึกชนิดไม่เผาผีกันอีกแล้ว ต่างจากเกาหลีใต้หรืออิสราเอล ความจำเป็นในการใช้ทหารเพื่อรบนั้นยังมีตลอดเวลา ไทยไม่น่าที่จะเผชิญสงครามขนาดใหญ่แบบเมื่อ 30 ปีก่อนอีก การมีทหารมากไปแบกภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น รอโอกาสของคนที่จะได้ทำงานที่เขาชอบ และบางทีอาจไปไกลถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชน เช่น เรื่องทหารรับใช้ หรือเรื่องที่พยายามซุกไว้ในค่ายอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ทหารหรือผู้ที่ทำหน้าที่คล้ายทหารยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในหลายเรื่อง ถ้าไม่เกณฑ์บุคคลเข้าทำหน้าที่นี้ ก็ต้องรับสมัครบุคคลที่พร้อมจะทำหน้าที่คล้ายกัน ทดแทนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเข้ามาทดแทน เพราะแท้จริงแล้วโลกนี้ไม่เคยหมดภัยคุกคาม
โอกาสที่สงครามตามแบบจะเกิดขึ้นในไทยน้อยก็จริง แต่ถ้าเกิดขึ้นก็ต้องมีการใช้กำลังทหารเข้าแก้ไข การเลี้ยงทหารพันวัน แล้วใช้ละลายเพียงวันเดียว หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้เลยนั้น เมื่อเทียบกับความรู้สึกปลอดภัยเหมือนมีการประกันเอาไว้นั้น น่าจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับประชาชน ในการเตรียมกำลังเพื่อสู้รบกับสงครามใหญ่นั้นบุคลากรที่มีความสามารถมีความจำเป็น พวกเขาต้องใช้เวลาฝึกฝนทั้งความเชี่ยวชาญอาวุธและจิตใจที่หาญกล้า เพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะเป็นทหารเกณฑ์หรืออาสาสมัครทหารพรานก็ต้องมีจำนวนพอประมาณ นี่ยังไม่รวมถึงการมีกำลังทหารไว้เพื่อต่อรองทางการทูตด้วย เพราะแต้มต่อของชาติขึ้นอยู่กับกำลังอำนาจครบมิติ รวมทั้งอำนาจด้านการป้องกันประเทศ ในยามปกติอาจไม่สำคัญ แต่ในยามขัดแย้งกับใคร การมีกำลังอำนาจด้านนี้หนุนหลังจะช่วยให้การเจรจาข้อพิพาทใดๆ ได้รับการเกรงใจจากฝ่ายตรงข้าม
ภัยคุกคามที่มิใช่ทหารนั้นยิ่งมาก หลายเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ที่เอกชนหรือพลเรือนทำได้ไม่ถนัดหรือไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำ อาจดูเหมือนว่าทหารกำลังทำในสิ่งที่ซ้ำซ้อนกับตำรวจบ้าง อาสาสมัครกู้ภัยฝ่ายพลเรือนบ้าง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือป่าไม้บ้าง แต่ก็เพราะทหารมีเครื่องไม้เครื่องมือมากมายที่สต็อกไว้สำหรับช่วยรบมาก รวมทั้งทหารด้วย เมื่อเกิดเหตุพิบัติต่างๆ ก็สามารถปรับกระบวนให้เข้ามาช่วยได้ทันที สังเกตได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่างเช่นช่วยน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือเรื่องที่ร้ายแรงกว่า ก็ต้องช่วยต่อสู้ปราบปราม เช่น การลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดน และสกัดกั้นก่อการร้ายข้ามชาติ การวางแผนงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามต่อชีวิตประชาชนเหล่านี้ให้กับผู้มีหน้าที่เฉพาะไปเลยเท่านั้น ออกจะเป็นการประมาทสำหรับโลกยุคใหม่ที่อาศัยการ Synchronize ขีดความสามารถของทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
เขียนมาเขียนไป บทความนี้คล้ายกับจะตอบว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ซึ่งบางท่านเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่ยังเห็นว่าการเกณฑ์ทหารล้าสมัย ไม่มีประสิทธิภาพ เปิดช่องที่ไม่ดีมากมาย ก็ขอย้ำว่าในส่วนของความจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารนั้นมีแน่ เพราะไม่เพียงแต่จะต้องใช้กำลังพลเพื่องานจำนวนมาก อย่างที่อาสาสมัครไม่สามารถทดแทนได้แล้ว ยังเป็นเรื่องของการปลูกฝังจิตสำนึกด้วย การเกณฑ์ทหารจะไม่จำเป็นเลยถ้าความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับพลเรือน (Civil-Military Relation) ลงตัว ทุกคนเข้าใจภาระที่ร่วมแบกรับในรัฐชาตินี้ด้วยกัน ในห้วงเวลาหนึ่งของชีวิต ทุกคนอาสาเข้ามาใช้ชีวิตเป็นทหาร และกลับออกไปด้วยการคงจิตวิญญาณแบบทหารไว้ตลอดชีวิต ไม่ว่าทำอาชีพใดๆ นับตั้งแต่อายุ 29 เป็นต้นไป สำนึกว่าทำไปเพื่อชาติ สังคมและประชาชนให้คงอยู่ ประเทศก็น่าจะดีขึ้น
สำหรับปัญหาที่ทำให้การเป็นทหารเกณฑ์ไม่น่าพิสมัยนั้นมีหลายประการ รวมทั้งอุดมการณ์ที่เขียนไว้ในย่อหน้าที่แล้วจะไม่ประสบดังหวังตั้งใจเลย ถ้าไม่มีการปรับแก้สิ่งไม่ดีไม่งามที่มีผู้แสวงประโยชน์จากระบบการเกณฑ์ทหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ ระบบการเงินและการใช้งานในค่ายทหาร หรือเรื่องอื่นๆ การแก้ไขปัญหานั้นต้องกว้างขวางทั้งในระดับยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ตั้งแต่เรื่องของการให้การศึกษาทหารประจำการ ทหารรุ่นพี่ ให้เข้าใจทหารรุ่นน้องให้ถูกต้อง ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อหน่วยงาน ไม่มีการเบียดบังสิทธิทหารเกณฑ์ มีการลงโทษผู้ทำผิดกฎหมายอย่างยุติธรรม ขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจให้มากขึ้น เช่น โอกาสการเข้าถึงวุฒิความรู้และงาน สิ่งเหล่านี้ กองทัพดำเนินการอย่างไม่หยุดหย่อนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องทำต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เรื่องบางเรื่องยากยิ่งกว่านั้นอีก เช่น ต้องทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบลงให้ได้ เพื่อที่พ่อแม่จะไม่หวาดกลัวในการที่ส่งลูกเขาไปในพื้นที่






