ภาพนี้ปรากฏในโซเชียลมีเดีย พร้อมคลิปอีกหลายชิ้น
สะท้อนถึง “พฤติกรรมอันน่ารังเกียจ” ของนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มบางพวก ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญในหลาย ๆ วงการของไทย
วันก่อน ฟังความเห็นของศาสตราจารย์ ดร. มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ประธานมูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ ทางวิทยุรายการหนึ่งได้ความรู้ว่า กำลังจะมีการวิจัยในหัวข้อ “ผลกระทบของนักท่องเที่ยวจีนต่อไทย” แล้วน่าสนใจน่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง
กระแสนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เป็นประเด็นที่เรามองข้ามไม่ได้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันบริหารไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม เอกชน ผู้ประกอบการตลอดไปถึงคนไทยทุกคนที่มีโอกาสได้พบเห็น อย่าปล่อยให้เรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นต่อหน้าแล้วผ่านไป ควรจะเข้าไปบอกกล่าวให้นักท่องเที่ยวจีน ให้เข้าใจวัฒนธรรมธรรมเนียมประเพณีของไทย เพราะคงมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างปัญหา แต่เรื่องราวไม่เหมาะไม่ควรที่เราประสบพบเห็นนั้น เกิดจากความไม่รู้และวัฒนธรรมความเชื่อที่แตกต่างกัน
อ. มิ่งสรรพ์บอกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนกระโดดจาก 4 ล้านคนเมื่อปีก่อนโน้นมาเป็น 8 ล้านคนในปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าอัตราโตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากนี้ไป เพราะชนชั้นกลางของจีนเติบโตมาก และมีอำนาจซื้อสูงขึ้น
คนจีนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าการมาเที่ยวเมืองไทยถูกกว่าไปหลาย ๆ จุดในเมืองจีนด้วยซ้ำ เช่นมาเที่ยวชายทะเลไทยถูกกว่าไปเมืองซันย่าของเกาะไหหลำเสียอีก
จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ หลายเมืองใหญ่ ๆ ของจีนยังไม่มีสนามบินนานาชาติ
จีนกำลังสร้างสนามบินในเมืองใหญ่ ๆ อีกไม่น้อยกว่า 260 จุด
ความต้องการเครื่องบินพาณิชย์จึงมหาศาล มีคนบอกว่าบริษัทผลิตเครื่องบินระดับโลกอย่าง Boeing จะต้องส่งมอบเครื่องบินให้จีนสัปดาห์ละหนึ่งเครื่องไปอีก 20 ปีทีเดียว
“สำหรับคนจีน เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น แต่คนมีเงินก็ไม่ได้แปลว่ามีพฤติกรรมที่ดีขึ้น เพราะเจ้าของโรงแรมบางแห่งบอกว่า แม้นักท่องเที่ยวจีนที่ไปพักห้องโรงแรมห้าดาว คืนละห้าพันบาท ก็ยังกรีดเอาพรมจากพื้นห้องกลับบ้านไป...” อาจารย์เล่าจากการรับฟังข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งโดยเฉพาะที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ จุดที่นักท่องเที่ยวจีนแห่แหนกันมาเยี่ยมเยือน
เรื่องราวของนักท่องเที่ยวจีนก่อเรื่องก่อราวที่น่ารังเกียจมีการเล่าขานกันมากมาย จึงอยู่ที่การร่วมบริหารและจัดการ ของผู้เกี่ยวข้องในไทยให้เกิดระเบียบและไม่ทำลายสิ่งดี ๆ งาม ๆ ของเรา
วงการท่องเที่ยวของจีนกำลังใช้วิธีการ “ครบวงจร” ทั้งออนไลน์และออฟไลน์อันจะนำมาซึ่งปัญหาว่ารายได้จริง ๆ จากนักท่องเที่ยวจีนอาจจะตกอยู่ในประเทศไทยน้อยลง เพราะหากฝ่ายจีนเอาข้อมูลทั้งหลายเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและการจองซื้อข้าวของขึ้น apps และเว็บไซต์ของตน มีการจ่ายเงินจ่ายทองผ่าน Alibaba.com หรือ Alipay ของจีน รายได้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับจีนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งถ้าหากคนจีนมาลงทุนซื้อโรงแรม และทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงหรือผ่าน “นอมินี” ก็จะยิ่งทำให้เกิดการ “ผูกขาด” ธุรกิจท่องเที่ยวให้อยู่ในกลุ่มคนจีนเอง ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวของคนจีนที่มาเมืองไทยก็จะค่อย ๆ หดหายไป
อ. มิ่งสรรพ์เห็นว่าโรงแรมของไทยตัดราคากันจนทำให้เสียหายกันเองไปมาก จึงควรจะหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อยกระดับราคาค่าห้อง เพื่อให้ได้มาตรฐานอันเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าหากไม่ตัดราคากันเองแล้ว นักท่องเที่ยวจีนจะไม่มา เพราะมีเหตุผลจะเชื่อว่าอย่างไรเสียการหลั่งไหล ของนักท่องเที่ยวจีนมาไทยก็ยังจะเติบโตอย่างมากในวันข้างหน้า
“ไทยเราต้องอยู่ในฐานะที่เลือกคุณภาพของนักท่องเที่ยวจีนได้ ไม่ควรจะปล่อยให้แห่กันมาโดยที่เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย... เพราะการท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติเป็นของชาติ เราต้องบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด” อ. มิ่งสรรพ์ซึ่งติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเสนอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน
“กระแสจีน” เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนไทยในทุกมิติ จึงเป็นประเด็นที่ควรแก่การวิเคราะห์ วิพากษ์และหาทางออกร่วมกันก่อนที่จะสายเกินไป






