ปัญหาข้อขัดแย้ง การขอพื้นที่ให้บริการ ส่งมอบสินค้าปลอดอากร
หรือ “Pick Up Counter” ในเขตพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรหรือดิวตี้ฟรี ในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่อยู่ในการครอบครอง คิง เพาเวอร์ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังกันมา จนกระทั่งเกิดข้อร้องเรียนกันจ้าละหวั่นในช่วงที่ผ่านมา ทำนองคิง เพาเวอร์ “ผูกขาด”
จนเกิดกระบวนการออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องกดดันให้กระทรวงการคลัง จัดหาพื้นที่ใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร กลุ่มนี้มีการเดินสายเรียกร้องไปทุกที่ พร้อมๆ กับขู่จะยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองและศาลอาญาต่อผู้เกี่ยวข้อง กรณีไม่พิจารณาเปิดจุดส่งมอบสินค้า
การออกมาเคลื่อนไหว เพื่อที่จะให้ ล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี (ไทยแลนด์) เข้ามาเล่นในสนามแห่งนี้ได้ แต่ด้วยเงื่อนไขและกฎกติกาที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทำไว้กับ คิง เพาเวอร์ คงไม่อาจจะแปรเปลี่ยนกลางคันได้ และไม่ง่ายอย่างที่คิด
จริงๆ เรื่องนี้คู่สัญญาอย่างทอท.ก็พูดชัดเจนเรื่องของสิทธิ พื้นที่ให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรกับคิงเพาเวอร์ มีแต่พวกตะแบง และไม่เห็นด้วย ที่ออกมาโหวกเหวกโวยวาย ความจริงถ้าอดใจรอไม่เกินปี 2563 สัญญาที่สุวรรณภูมิกับคิงเพาเวอร์ก็จะสิ้นสุดแล้ว ส่วนสนามบินดอนเมืองน่าจะเป็นปี 2565 นี่คือกฎกติกาที่เขาทำกันไว้
เรื่องนี้บอร์ดทอท.เองก็รับทราบและเห็นด้วยกับการปฏิบัติต่อคู่สัญญาของทอท. แต่ดูเหมือนการเรียกร้องจัดพื้นที่เป็นจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร ยังไม่จบไม่สิ้น มีการเดินสายเรียกร้องอยู่ร่ำไป
ที่ผ่านมา รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เองก็ถูกเรียกร้องในเรื่องนี้มาแล้วเหมือนกัน แต่อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะกลุ่มที่เดินสายเคลื่อนไหวเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม จี้เปิดจุดให้บริการส่งมอบสินค้ามาตลอด
ล่าสุดในการเยือนสาธารณรัฐเกาหลีของรองนายกฯสมคิด ได้พบปะพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับ จาง ซุน วุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี ซึ่งได้รับใบอนุญาตเปิดบริการร้านค้าปลอดอากรหรือดิวตี้ฟรี นั่นเอง รองนายกฯสมคิดรู้ดีว่า ที่ผ่านมาล็อตเต้ พยายามขอเปิดพื้นที่รับสินค้าปลอดอากรที่สนามบินสุวรรณภูมิ
งานนี้สมคิด มีโอกาสพูดคุยกับ จาง ซุน วุก ยิงหมัดตรงบอกเลย ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายของไทย หากต้องการใช้พื้นที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง ต้องประมูลแข่งขันกับเอกชนรายอื่นในอีก 3-4 ปีข้างหน้า การชี้แจงของรองนายกฯสมคิด น่าจะทำให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารล็อตเต้ และกลุ่มเคลื่อนไหว“เข้าใจตรงกัน” ว่า อย่า“แหกกฎ” อีกเลย หรือไม่ก็ไปใช้พื้นที่ที่สนามบินภูเก็ตหรือเชียงใหม่แทน เพราะสัญญาการใช้พื้นที่ มันต่างจากสุวรรณภูมิและดอนเมือง
การที่รองนายกฯสมคิด กล้าที่จะบอกตรงๆ กับประธานเจ้าหน้าที่บริหารล็อตเต้ คงไม่อยากให้มีปัญหา เพราะเรื่องนี้มันมีกฎหมาย มีกฎระเบียบของไทยดูแลอยู่แล้ว ซึ่งต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายโดยเฉพาะนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ หากจะชักชวนให้ชาติไหนมาลงทุนในประเทศไทย เขาต้องเข้าใจเรื่องกฎหมายและได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงไปตรงมา
ที่ผ่านมาล็อตเต้ อาจจะยังไม่เข้าใจในบางอย่าง หรือไม่ก็อาจจะมีผู้ชักใยให้เข้าใจไปคนละทางก็เป็นได้ ฉะนั้นเมื่อรองนายกฯสมคิด ออกมาแสดงตนต่อผู้บริหารล็อตเต้ อย่างนี้แล้ว กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวกดดันกระทรวงการคลังทั้งหลายน่าจะ“เข้าใจตรงกัน” ว่า ทุกอย่างอยู่บนขั้นตอนของกฎหมาย
การหยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาพูดคุย อย่างน้อยเป็นการทำความเข้าใจแบบตรงไปตรงมา ของรองนายกฯสมคิด เพื่อให้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ล็อตเต้ ที่เกาหลีได้เข้าใจ ถือเป็นการอธิบายความและสร้างความเข้าใจได้ดีต่อกัน เพราะหากจะชี้แจง หรือทำความเข้าใจกับกลุ่มเคลื่อนไหวในเมืองไทย คงเป็นเรื่องยากที่เข้าใจ ที่สำคัญงานนี้ไม่ต้องผ่านกระบวนการ“ชักใย”อะไรทั้งสิ้น






