วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โจมตีบรัสเซลส์ก็คือโจมตีทั้งยุโรป!

“ผู้ก่อการร้ายโจมตีบรัสเซลส์ก็คือโจมตีทั้งยุโรป”

นี่คือประโยคของประธานาธิบดี ฟรังซัวส์ ออลองด์ ของฝรั่งเศสหลังผู้ก่อการร้ายถล่มรถไฟใต้ดิน และสนามบินนานาชาติ ที่กรุงบรัสเซลส์ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา

สื่อเบลเยี่ยมบอกว่ายอดคนตาย 34 และบาดเจ็บกว่า 170 คน

การโจมตีครั้งนี้ไม่มีใครสงสัยตั้งแต่นาทีแรก ที่ได้ยินข่าวนี้ว่าเป็นเหตุก่อการร้าย

ที่สันนิษฐานไม่ยาก เพราะก่อนหน้านี้เพียง 4 วัน ตำรวจเบลเยี่ยมจับ Salh Abdeslam ซึ่งเป็นผู้ถูกไล่ล่าอันดับหนึ่งของยุโรปได้

เพราะข่าวกรองเชื่อว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายคนเดียวใน 10 คนที่ยังมีชีวิตหลังจากมีส่วนเกี่ยวโดยตรง กับการก่อเหตุร้ายที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนเมื่อปีที่แล้ว

เหตุร้ายที่ปารีสมีผู้เสียชีวิต 130 คน และภาพโศกนาฏกรรมครั้งนั้นยังติดตาตรึงใจผู้คนอยู่

ไม่ทันไรก็เกิดเรื่องทำนองเดียวกันที่บรัสเซลส์ ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางบริหารของสหภาพยุโรป

การโจมตีบรัสเซลส์กลางวันแสก ๆ ทั้งที่สนามบินและรถไฟใต้ดินพร้อม ๆ กัน ย่อมเป็นการท้าทายให้กองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายของตะวันตกทั้งมวลรู้ว่า พวกเขายังมีความสามารถ ในการสร้างความเสียหายให้กับเมืองหลวงหลัก ๆ ของยุโรปได้

ไม่ว่าประเทศตะวันตกจะรวมตัวกันวางมาตรการป้องกันเหตุก่อการร้ายอย่างรัดกุมเพียงใดก็ตาม

นายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชลของเบลเยี่ยมยอมรับหลังเหตุการณ์ว่า

"เรากลัวว่าจะมีการก่อการร้ายในประเทศเรามาตลอด และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ... เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำของคน "ขี้ขลาด หลับหูหลับตาสร้างความรุนแรงอย่างหนักหน่วงเกินเหตุ"

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดวิด คาแมรอน เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินทันที เพราะเมื่อเหตุการณ์บานปลายถึงขนาดนี้ ย่อมแปลว่าเมืองหลวงไหนของยุโรป ก็ย่อมตกเป็นเป้าการก่อเหตุร้ายได้ทั้งสิ้น

และเพื่อให้เกิดผลที่ชะงัดกว่าที่ผ่านมา เหล่าผู้ก่อเหตุเช่นนี้ก็อาจจะวางแผนวางระเบิดและส่งมือระเบิดฆ่าตัวตาย (อย่างที่สงสัยทั้งที่ปารีสและบรัสเซลส์) ให้ก่อเหตุพร้อม ๆ กันในหลาย ๆ เมืองเพื่อให้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วยุโรปได้เช่นกัน

ความจริง ตั้งแต่เหตุก่อการร้ายที่ปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงก็ส่งคำเตือนแล้วว่ากลุ่ม IS และผู้ก่อการร้ายกลุ่มอื่น ๆ อาจจะเตรียมถล่มเมืองใหญ่อื่น ๆ ของยุโรปเพื่อขยายอิทธิพลของตน

การสอบสวนหลังเหตุที่ปารีสทำให้ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่ากลุ่ม IS มีความเชี่ยวชาญในการวางแผน และปฏิบัติการก่อการร้ายที่ทันสมัย และเป็นมืออาชีพมากกว่าที่เคยเชื่อกันหลายด้าน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจุดเปราะบางของระบบการป้องกัน การก่อการร้ายของยุโรปมีอยู่หลายด้าน เช่นผู้อพยพจากตะวันออกกลางที่ไม่มีเอกสารที่ถูกต้องหลั่งไหลเข้ายุโรปอย่างต่อเนื่อง

อีกด้านหนึ่งคือความเคลื่อนไหวของคนจากยุโรป ที่เดินทางไปซีเรียเพื่อร่วมรบกับกลุ่ม IS อย่างไม่ขาดสาย บางส่วนก็ถูกส่งกลับมาก่อการร้าย เพราะมีความคุ้นเคยกับผู้คนและวิถีชีวิตของคนในยุโรป ทำให้สามารถวางแผนก่อการร้าย ณ จุดและเวลาที่มีคนเดินทางไปมาหนาแน่นที่สุด และเป็นจุดที่ป้องกันการก่อเรื่องร้ายได้ยากที่สุด

ข่าวกรองบอกว่าเบลเยี่ยมมีจุดอ่อนหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือมีคนที่เดินทางจากที่นี่ไปอิรักมาก และมีชุมชนในประเทศที่พร้อมจะปกป้อง และช่วยเหลือกลุ่มหัวรุนแรง และการประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรองกับความมั่นคงต่าง ๆ ในประเทศกับยุโรปประเทศอื่นก็มีช่องว่างมาระยะหนึ่งแล้ว

คนที่รอจังหวะจะถล่มตลอดเวลาย่อมได้เปรียบผู้ตั้งรับที่ขาดความต่อเนื่องและจริงจัง

ภาพความวุ่นวายปั่นป่วนและผู้คนบาดเจ็บล้มตายกลางเมืองของยุโรปยังจะมีให้เห็นอีก หากความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นความพยายามก่อเหตุร้ายครั้งต่อไป ยังไม่ได้รับการประสานและบังคับใช้อย่างจริงจัง

ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกไม่มีใครจะตั้งอยู่ในความประมาทได้อีกต่อไป