กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาแถลงท่าทีต่อกรณีบริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ในหลายประเด็น โดยหากมีการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ ราคาเริ่มต้นการประมูลจะถูกกำหนดไว้ที่ราคาผู้ชนะเดิมหรืออยู่ที่ 75,654 ล้านบาท และการประมูลคลื่นครั้งใหม่ จะไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้ว ที่ได้นำเงินประมูลมาชำระในการที่จะเข้าประมูลใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน
นอกจากนี้ หากมีการประมูลแล้วไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล ทางกสทช.จะไม่มีการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาประมูลทันทีในครั้งที่ 2 โดยจะเก็บคลื่นดังกล่าวไว้ก่อนอย่างน้อย 1 ปี และผู้ชนะการประมูลที่ไม่นำเงินมาชำระตามกำหนดเวลา นอกจาก กสทช.จะริบหลักประกันแล้ว ยังต้องเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย และที่สำคัญมีมติให้หลีกเลี่ยงการให้ข่าวที่เป็นอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นไปตามขั้นตอน แต่ประเด็นเรื่องการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนจนถึงกับมีมติออกมาถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างมาก
หลังจาก“แจส”ไม่ยอมจ่ายค่าใบอนุญาต เราเชื่อว่าจะมีประเด็นต่างๆ ตามมามากมาย และเชื่อว่าจะเป็นบทเรียนสำคัญในการประมูลครั้งต่อไปหากมีเกิดขึ้น แต่ความสับสนต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อกรณีนี้ ส่วนหนึ่งอาจมาจากคนในกสทช.เองในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนที่ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ในบางกรณีคนในกสทช.ก็ให้ความเห็นต่างกันในช่วงเวลาต่างๆ กันตามแต่ประเด็นปัญหาที่เข้ามา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากสทช.เองก็ไม่ได้เตรียมรองรับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ กรณีการไม่ยอมมาจ่ายค่าใบอนุญาต เป็นต้น
ในวันนี้ ข่าวก็ยิ่งมีความสับสนมากขึ้นไปอีก ว่าขอบเขตการเรียกค่าเสียที่เกิดขึ้น จากการประมูลครั้งนี้มีมากน้อยแค่ไหน และจะกระทบต่อธุรกิจอื่นของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)หรือไม่ ซึ่งในการแถลงท่าทีในแต่ละครั้งดูเหมือนว่ายังไม่ได้มีข้อสรุปในบางประเด็นจากกสทช.เท่าที่ควร แต่เป็นเพียงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น และต้องรอขั้นตอนต่างๆ มากมาย ในขณะที่ประเด็นเรื่องนี้มีผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เนื่องจากเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ
แน่นอนว่ากรณีของบริษัทจัสมินฯ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายในหลายประเด็น และเราเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการประมูลครั้งนี้ ซึ่งกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์สั่งให้ชี้แจงข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ ก็ดูเหมือนว่าไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจนนักตามประเด็นที่ถามไป และเราเชื่อว่ากรณีนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทฯเช่นเดียวกัน เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จะนำความกระจ่างมาให้ผู้ถือหุ้นได้รับรู้อย่างทั่วถึง หาใช่ปล่อยให้ทุกอย่างคลุมเครือ
เราเห็นว่ากรณีนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญกับกสทช. ในฐานะหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่หลักในการกำกับดูแลคลื่นความถี่ ซึ่งทำให้เราย้อนกลับไปถึงเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการประมูลทีวีดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าก็มีปัญหาในหลายประเด็น ซึ่งมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ เราหวังว่าจากนี้ไป กสทช.ต้องตั้งหลักกันใหม่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การใช้ข่าวเท่านั้น แต่รวมถึงกฎเกณฑ์หรือกติกาที่ออกมานั้น จำเป็นต้องต้องคิดอย่างรอบคอบในทุกแง่มุม และที่สำคัญความเห็นที่ออกมาต้องเป็นมติที่ชัดเจน หาใช่ความเห็นรายวัน






