วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“Logistics E-Commerce”บ่อทองคำของ SME

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เบื่อหน่ายกับการขับรถไปทำธุระนอกบ้านเนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาที่จอดรถ การรอเข้าคิวซื้อสินค้า

ทำให้ฝากชีวิตไว้กับโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ส่งผลให้การขายสินค้าแบบออนไลน์ผ่าน E-Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ทั่วโลกสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า ธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว จากมูลค่า 413 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2012 เป็น 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากประเทศไทยมีแนวโน้มการขยายตัวของสินค้าเทคโนโลยีทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสูงมาก มีช่องทางธุรกรรมที่หลากหลาย ทั้งธุรกรรมบัตรเครดิต ระบบ PayPal การโอนเงินทางธนาคารอินเตอร์เน็ต

คุณชาตรี บริรักษณ์พัฒนกุล ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มการขนส่งภายในประเทศ บริษัทYusen Logistics (Thailand) ผู้ให้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยยาวนานกว่า 46 ปี เปิดเผยกับนิตยสาร AFL เมื่อ 2 ปี ที่แล้วว่า ธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทย เติบโตเร็วมาก บริษัทจึงได้สนับสนุนธุรกิจ E-commerce จากการดำเนินการในแบบ B-to-B เป็น B-to-C โดยสินค้าที่ส่งมีความหลากหลาย มากขึ้นทั้งในส่วนของขนาดและน้ำหนัก ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ สินค้าที่นำส่งจะให้บริการโดยมีจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนไปทุกวัน บางพื้นที่ มีข้อจำกัด เช่น อยู่ในซอยแคบ แต่บริษัทมีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ มีศูนย์รับและกระจายสินค้าครอบคลุมทั่วภูมิภาค ทำให้สามารถสนับสนุนลูกค้าในธุรกิจ E-Commerce ได้อย่างรวดเร็ว

ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลกอย่าง กลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล (Deutsche Post DHL Group-DPDHL)         ก็มองเห็นโอกาสทางการตลาดของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทยว่า มีอนาคตที่สดใส  จึงลงทุนขยายการให้บริการสู่ประเทศไทย มอบบริการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร (End-to-end) โดยเปลี่ยนชื่อกลุ่มธุรกิจ Mail เป็น Post                     E-Commerce กำหนดกลยุทธ์ในปี 2020 ด้วยระบบการจัดส่งสินค้าที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ E-Commerce ให้บริการเก็บเงินปลายทาง(Cash on Delivery-COD) มีบริการนำส่งเงินค่าสินค้าคืนผู้ขายเป็นประจำทุกวัน เป็นการให้บริการกับผู้ประกอบการในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในกลุ่ม AEC

จากความสำเร็จของตลาด E-Commerce ในหลายประเทศทั้ง อินเดีย จีน และญี่ปุน ที่ผู้ประกอบการ SME สามารถเพิ่มการขายสินค้าได้อย่างรวดเร็วจากการขยายกิจการมาสู่การขายออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่ได้เปรียบด้านต้นทุนการจำหน่ายที่อยู่ในระดับต่ำ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายสามารถทำได้ชัดเจน สามารถประชาสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว สะดวกกว่าช่องทางการจำหน่ายธรรมดา

บริษัทที่ปรึกษา ฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง ได้ทำการวิจัยพบว่าสินค้าที่จับต้องได้ครองตำแหน่งผู้นำสินค้าที่มีการซื้อขายออนไลน์มากที่สุด โดยเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายได้รับความนิยมสูงสุด ขณะเดียวกันหนังสือ เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค เครื่องสำอางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนบุคคลก็มีการซื้อขายกันบ่อยๆ

ท่านผู้ประกอบการ SME พันธุ์ใหม่จะต้องไม่ยึดติดกับการค้ารูปแบบเดิมที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง หรือยืดหยุ่น จนพลาดโอกาสที่จะเข้าไปขุดทองในบ่อทองคำบ่อใหญ่ที่รออยู่ ในแง่ของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ SME ต้องมีการพัฒนาตนเองให้มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน (Specialize) ในแต่ละด้านของธุรกิจที่มีความชำนาญ เพื่อทำให้ระบบเข้าเชื่อมต่อกับ Supply Chain ของบริษัทข้ามชาติ เกาะเกี่ยวเป็นข้อหนึ่งของจิ๊กซอว์โลจิสติกส์

สำหรับท่านผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้า ตลาดสินค้า E-Commerce เป็นช่องทาง การจำหน่ายสินค้าที่มหึมาและต้องรีบเข้าไปมีส่วนร่วมให้เร็วที่สุด

ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ต้องสนใจเป็นพิเศษนะครับ