วันก่อน ผมเขียนเรื่องที่รัฐบาลจีน แจ้งรัฐบาลไทย
ว่าได้ปล่อยน้ำจากเขื่อน “จิ่งหง” ในมณฑยูนนาน เพื่อช่วยเหลือประเทศทั้ง 5 ที่ตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง
จีนบอกว่านี่คือประโยชน์ของการสร้างเขื่อน บนแม่น้ำโขงในส่วนที่ไหลผ่านจีน
แต่หลายองค์กรกลับเห็นต่าง มองว่าการที่จีนสร้างเขื่อนในหลาย ๆ จุดนั้นเป็นอันตรายต่อประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในอนุภูมิภาคริมน้ำโขงด้วยซ้ำไป
เมื่อสัปดาห์ก่อนตรงกับวัน INTERNATIONAL DAY OF ACTION FOR RIVERS มีจดหมายเปิดผนึกว่าด้วย “ข้อเสนอแนะในการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขง” ลงวันที่ 14 มิ.ค. พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) ที่น่าสนใจ ผมนำบางตอนมาให้ได้อ่านเพื่อให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ต่างจากที่เห็นจากปักกิ่ง
แม่น้ำโขงซึ่งจุนเจือชีวิตนับล้าน กำลังสูญเสียระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักและแม่น้ำสาขา
พวกเราอันประกอบด้วยชุมชนท้องถิ่นซึ่งอาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขง องค์กรพัฒนาเอกชนท้องถิ่นและองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ และนักวิจัยซึ่งมีความห่วงใยต่อประเด็นดังกล่าว ต้องการทำข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประเทศผู้บริจาค และประชาชน ผู้อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน
ร้อยละ 80 ของประชากรราว 60 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขงอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท พวกเขาพึ่งพาการเกษตร การประมง การจับสัตว์น้ำอื่นๆ และการเก็บพืชผักเพื่อการดำรงชีวิต
ปลาจากแม่น้ำ โขงมีความหมายอย่างมากต่อผู้คนในภูมิภาค เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่ราคาย่อมเยา และ ปลายังเป็นแหล่งรายได้หลักด้วย ประเมินกันว่าการประมงในลุ่มแม่น้ำโขงสร้างรายได้ประมาณ 4.2 - 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยอิงตามราคาขายปลีก
กล่าวกันว่าประชากรราว 40 ล้านคน รวมถึง คนที่ทำงานเป็นบางช่วง และคนที่ทำงานตามฤดูกาลล้วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการจับปลาในแม่น้ำโขง
ทุกวันนี้ แม่น้ำโขงเผชิญภาวะหมิ่นเหม่ต่อวิกฤตการณ์อันหนักหน่วง
ในประเทศจีน เขื่อนผลิตไฟฟ้า ขนาดมหึมาจำนวน 6 เขื่อน ได้เริ่มเดินเครื่องทำงานในแม่น้ำโขงตอนบนแล้ว ในลุ่มน้ำโขงส่วนอื่น ยังมีเขื่อนตั้งอยู่บนแม่น้ำสายต่างๆ ดังนี้ แม่น้ำสาขา 6 สายในประเทศลาว และแม่น้ำชีในประเทศ ไทย แม่น้ำเซกอง สเรปอก และเซซานซึ่งไหลมาจากประเทศเวียดนามและลาวลงสู่ประเทศกัมพูชา
นอกจากนี้ ลาวยังเดินหน้าสร้างเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนดอนสะโฮงบนแม่น้ำโขงสายหลักอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า เขื่อนเหล่านี้ โดยเฉพาะเขื่อนดอนสะโฮง เขื่อนเซซานตอนล่าง 2 ซึ่ง กำลังก่อสร้างอยู่ทั้งคู่ จะสร้างภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อทรัพยากรปลาที่กำลังลดลงในลุ่มแม่น้ำโขง
ผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง
ทั้งนี้ เมื่อกระแสน้ำธรรมชาติถูก กีดขวางด้วยเขื่อน ดินโคลนอันอุดมสมบูรณ์ไม่สามารถพัดพาลงไปสู่แม่น้ำตอนล่างได้ การสะสมของ ตะกอนดินยังทำให้คุณภาพของน้ำในอ่างเก็บน้ำตกต่ำ
ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาตะกอนดินที่ถูกพัดพาไปสู่ ปากแม่น้ำโขงลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เขื่อนยังเป็นอุปสรรคต่อวงจรการผสมพันธุ์ของ ปลา ทำลายแหล่งที่อาศัยและแหล่งอาหาร ทำให้ทรัพยากรปลาลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
สำหรับปลา หลายสายพันธุ์ในแม่น้ำโขง ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติในช่วงหน้าฝนเป็นการส่งสัญญาณให้ผสม พันธุ์ การปล่อยน้ำของเขื่อนทำให้สัญญานนั้นสูญหายไป การผสมพันธุ์ของปลาจึงถูกรบกวน อีกทั้ง ระดับน้ำที่แปรปรวนผิดจากธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ ทำให้จำนวนพืชพันธุ์และ แมลงในน้ำซึ่งเป็นอาหารของปลาลดจำนวนลง
ผู้คนได้รับผลกระทบอย่างสาหัสเช่นกัน เขื่อนทำลาย แปลงพืชผักริมน้ำและที่ปากแม่น้ำ ซึ่งชุมชนท้องถิ่นทำกันมาหลายชั่วคน และเนื่องจากทรัพยากรปลาเพื่อ การบริโภคภายในครอบครัวและเพื่อการค้าขายลดจำนวนลง ชุมชนประมงจึงกลายเป็นคนยากจน หรือแม้แต่ล่มสลายในบางกรณี
ความเสียหายและการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเป็นเห็นได้อย่างชัดเจน สำหรับผู้คนจำนวนมากในชุมชนท้องถิ่นในลุ่มแม่น้ำโขง
ประสบการณ์ของชุมชนท้องถิ่น :
-แม่น้ำไม่ได้ให้เพียงน้ำเพื่อการใช้สอย แต่ยังมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร
-หลังจากการสร้างเขื่อนทำให้จำนวนปลาลดลง แหล่งธรรมชาติที่เป็นที่อยู่อาศัยของปลาลดลง การจับปลาทำได้ลำบาก พันธุ์พืชสูญพันธุ์
-วัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำกำลังสูญหาย เด็กๆ จึงขาดโอกาสในแสดงความเคารพ ต่อแม่น้ำ
-งานประเพณีที่ต้องใช้พื้นที่ของแม่น้ำในการบูชาต้องสูญเสียไปเนื่องการการสร้างเขื่อน
-ปลาไม่ได้เป็นเพียงอาหารที่ช่วยจุนเจือชีวิตแต่ละชีวิต แต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เกื้อหนุนชุมชนใหญ่ด้วย
-แม่น้ำโขงเป็นของทุกคน ประชาชนทั้งหมดเป็นเจ้าของแม่น้ำโขงร่วมกัน แม่น้ำโขงไม่ใช่เพียง สำหรับคนที่อยู่ใกล้ หรือเกษตรกร แต่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน
-น้ำ ข้าว ปลา อาหารตามธรรมชาติ คือสิ่งที่มนุษย์ต้องใช้ในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น
ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามการ สร้างเขื่อนซึ่งส่งผลเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพยังคงดำเนินต่อไป ในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง
แผนการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักมีถึง 10 เขื่อน และอีก 100 เขื่อนบนแม่น้ำสาขา แผนการสร้าง เขื่อนส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า
หากสิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ไป มนุษย์ไม่อาจจะทำอะไรได้อีกเลยเพื่อให้ชีวิตที่สูญพันธุ์ไปคืนกลับมา ตรงกัน ข้าม กระแสไฟฟ้าสามารถผลิตได้ด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่น ด้วยลม และแสงแดด
อย่างไรก็ตามการทำลายแม่น้ำกลับได้รับการยอมรับ ด้วยเหตุผลของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
ผลกำไรตกสู่มือของของผู้ลงทุนในโครงการเพียงไม่กี่ราย
ในขณะที่ภาระการลงทุนเกินความจำเป็นกลับตกเป็นของประชาชนทั่วไป ซึ่งถูกบังคับให้ซื้อไฟฟ้าด้วยราคาที่สูง สิ่งที่จะตกไปถึงชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่การสร้างเขื่อน หากไม่ได้มีเพียงการสูญเสีย ก็เป็นเพียงผลประโยชน์อันน้อยนิด
(อ่านข้อเสนอแนะและทางออกพรุ่งนี้)






