วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แล้งมหาภัย

สถานการณ์ภัยแล้งปัจจุบันรุนแรงเกินความคาดหมายของหลายฝ่ายไปแล้ว นี่ไม่ใช่ผลของ “เอลนีโญ”

แต่เป็น “ซุปเปอร์เอลนีโญ” มากกว่า

น้ำในเขื่อนหลักเหลือน้อยมาก น้ำดิบที่ใช้ทำประปาบางพื้นที่ก็เหลือแค่เดือนเศษ โรงพยาบาลหลายแห่งขาดน้ำ กว่า 23 จังหวัดกลายเป็นเขตพิบัติภัยแล้ง การประปาเริ่มลดแรงดันน้ำและจ่ายน้ำเป็นเวลา ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่า กรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีน้ำใช้เพียงพอถึงแค่กรกฎาคม

อันที่จริง แล้งมหาภัยไม่ได้เกิดแค่ไทย แต่รวมไปถึงทั้งภูมิภาคอาเซียน เวียดนามแล้งสุดในรอบ 90 ปี โดยระดับแม่น้ำโขงลดลงสู่จุดต่ำสุดนับแต่ปี 2469 ส่งผลต่อภาคเกษตรอย่างหนัก เขมรแล้งจัดจนเกิดขบวนการขนน้ำดื่มจากไทยเข้าไปขายวันละกว่า 5 หมื่นลิตร สถานการณ์ในพม่า ลาวก็ไม่ต่างกัน

วันนี้น่ากลัว วันหน้าน่ากลัวยิ่งกว่า ช่วงสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเล่นน้ำกัน แต่น้ำเหลือน้อยเต็มที เศรษฐกิจไทยขณะนี้ก็หวังพึ่งท่องเที่ยวเป็นหลัก ถ้าจำกัดน้ำเล่น หลายคนห่วงจีดีพีจะทรุด แต่ถ้าปล่อยเล่นน้ำเต็มที่ จะอธิบายเหตุผลกับพี่น้องภาคเกษตรอย่างไร และที่สำคัญจะเอาน้ำที่ไหนมาอุปโภคบริโภคในอีกหลายเดือนข้างหน้า?

ในบทความ “น้ำท่วม 54 ภัยแล้ง 58” เมื่อ 31 กรกฎาคม 58 กล่าวไว้ว่า “...ภัยแล้งมีสาเหตุหลักจากเสาร์จรพิจิก พิจิกเป็นธาตุน้ำ เสาร์คือการจำกัด ขาดแคลน ล่าช้า ฯลฯ เสาร์ส่งแสงถึงอังคารเดิม-ดาวเจ้าราศีพิจิก อิทธิพลเสาร์ทวีเป็น 2 เท่า...”

พิจิกคือภพที่ 8 (มรณะ) ของดวงเมือง ซึ่งหมายถึงเภทภัยที่ร้ายแรง เสาร์คือดาวประธานบาปเคราะห์ เมื่อเสาร์จรพิจิก โอกาสเกิดเหตุภัยพิบัติรุนแรงก็มากขึ้น สำหรับรอบนี้คือมหาพิบัติภัยแล้ง

เสาร์ยกเข้าพิจิกตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 57 ภัยแล้งแสดงอาการช่วงนั้น เสาร์โคจรราศีละ 2.5 ปี เสาร์จะยกออกจากพิจิก 26 มกราคม 60 เดินหน้าต่อในราศีธนู จนหยุดนิ่งและถอยหลังกลับเข้าพิจิกวันที่ 21 มิถุนายน 60 จากนั้นหยุดนิ่งและเดินหน้าออกจากพิจิกอย่างแท้จริงในวันที่ 26 ตุลาคม 60

เสาร์เป็นดาววงนอก (Outer Planet) การโคจรในแต่ละราศีจึงมีทั้งเดินหน้าถอยหลัง อาการถอยหลังเมื่อมองจากโลก (Retrogradation: พักร) คือช่วงเวลาสำคัญ บาปเคราะห์เดินหน้าให้โทษ บาปเคราะห์ถอยหลังยิ่งให้โทษหนัก (ดังในคัมภีร์ “อรรถสาลินี” และ “เผด็จรามเหียร”)

เมื่อยกเข้าพิจิกแล้ว ช่วง 14 มีนาคม -2 สิงหาคม 58 เสาร์พักรครั้งแรกสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงขึ้น หลังจากอังคารยกเข้าพฤษภ-เล็งเสาร์ตั้งแต่ 4 พฤษภาคม ปัญหาระเบิดออก น้ำทะเลหนุน น้ำประปาเริ่มกร่อย ผู้คนตื่นตระหนกและกักตุนน้ำ

จนกลางกรกฎาคมเมื่ออาทิตย์ยกเข้ากรกฎ ฝนจึงเริ่มตก สถานการณ์ค่อยผ่อนคลาย แต่กว่าฝนจะตกเป็นกอบเป็นกำจริงๆ ก็ต้องผ่าน 2 สิงหาคมที่เสาร์วิกลคติเสริด (หยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า) เสียก่อน แต่เนื่องจาก 31 กรกฎาคม -15 กันยายนที่เป็นช่วงต้นฝนนั้น อังคารจรกรกฎ-เป็นนิจจ์ ทำให้ปริมาณฝนไม่มากเท่าที่ควรน้ำต้นทุนในเขื่อนและระบบชลประทานไม่อาจสะสมได้มากพอ

เสาร์วิกลคติเสริดที่ 4:12 องศาในพิจิก จากนั้น เสาร์เดินหน้าไปเรื่อยๆ จนเข้ามุมเล็งอังคารเดิม (Orb 5 องศา) ตั้งแต่กลางธันวาคม ภัยแล้งส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ลดน้อยลงกว่าระดับปกติอย่างมาก หลายฝ่ายเป็นกังวลถึงสถานการณ์หน้าแล้งปี 59

ในทางโหราศาสตร์ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ภัยแล้งปี 59 จะรุนแรงกว่าปี 58 เพราะ (1) เสาร์-ดาวเจ้าการใหญ่ ถูกอิทธิพลคราสเล่นงานถึง 2 ครั้ง นั่นคือ ถูกสุริยคราส (เต็มดวง) 9 มีนาคม ที่ 24:51 องศาในราศีกุมภ์ ทำมุม 90 สนิท และในจังหวะหน้าหลัง 7 วันของจันทรคราส (เงามัว) 23 มีนาคม ที่ 9:12 องศาในราศีกันย์ เสาร์ก็วิกลคติพักรพอดีเช่นกัน

(2) ราหูจริง (True Node) ที่ยกเข้าสิงห์ตั้งแต่ 9 มกราคม 59 เข้ารูปT-Square กับเสาร์พิจิกและเนปจูนกุมภ์ ทำให้อิทธิพลด้านร้ายของเสาร์เพิ่มขึ้น (3) ที่สำคัญสุดคือ อังคารจรร่วมเสาร์ ซ้ำยังถอยหลังพร้อมกันในช่วงฤดูแล้งนี้อีกด้วย

บทความ “อังคารแมงป่อง” กล่าวไว้ “...ปี 2016 อังคารจรเข้าพิจิกอีก ครั้งนี้นานถึง 7 เดือน อังคารยก 20 กุมภาพันธ์ เวลา 18:12 น. เดินหน้าถึง 14:49 องศา จึงหยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง แล้วถอยหลังเรื่อยไปจนหยุดนิ่งที่ 28:58 องศาในตุลย์ จากนั้น เดินหน้าปกติไปจนสุดราศีวันที่ 18 กันยายน

ช่วงเวลาสำคัญคือ 17 เมษายน-18 มิถุนายน ที่อังคารเสาร์ถอยหลังพร้อมกันในพิจิก ต่างก็เป็นบาปเคราะห์ที่โคจรวิปริต มีโอกาสสูงที่เกิดเภทภัยธรรมชาติร้ายแรง ภัยแล้งจะยิ่งรุนแรงขึ้น อังคารคือภาคอุตสาหกรรม เสาร์คือภาคเกษตร ระวังสงครามแย่งน้ำ รวมถึงม๊อบเกษตรกรที่อาจลุกฮือขึ้นช่วงนี้...”

กลางกุมภาพันธ์ 59 อาทิตย์ยกเข้ากุมภ์ จรเข้าไปร่วมใน T-Square ของเสาร์-ราหู-เนปจูน สัญญาณอันตรายของแล้งมหาภัยปรากฏถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้สุริยคราส 9 มีนาคม รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เริ่มยอมรับถึงขนาดของปัญหาที่รุนแรงเกินคาดหมาย ทั้งเตือนประชาชนองค์กรต่างๆ ร่วมกันประหยัดน้ำ

วันที่ 25 มีนาคม 59 เสาร์จะวิกลคติพักร (Stationary-retrograde: หยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง) ที่ 22:19 องศาในพิจิก จุดวิกลคติเล็งอังคารเดิม-ดาวเจ้าเรือนมรณะ (ภัยพิบัติ) พอดี สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก เสาร์ถอยหลังจนถึง 13 สิงหาคม 59 แล้วจึงวิกลคติเสริด (Stationary-direct: หยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า) ที่ 15:42 องศาในพิจิกต่อไป

ช่วงที่เสาร์ถอยหลังปีนี้ก็ไม่ต่างจากปีที่แล้ว ไม่อาจคาดหวังเรื่องฝนตกและความแห้งแล้งจะรุนแรงขึ้น เมื่ออังคารถอยหลังร่วมด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างอาจเข้าขั้นสาหัส หรือถึงขั้นหายนะได้ นักโหราศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ ย่อมรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากกับปรากฏการณ์ดวงดาวที่อันตรายยิ่งครั้งนี้

คำถามสำคัญคือ แล้งมหาภัยจะคลี่คลายเมื่อใด? กลางมีนาคม อาทิตย์ยกเข้ามีน-ธาตุน้ำ ศุกร์ยกเข้ามีนด้วยตั้งแต่ 1-25 เมษายน ทั้งคู่อยู่ร่วมกันในมีน 1-13 เมษายน เมื่อรวมกับอิทธิพลมฤตยูและจันทรคราส อาจเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นช่วงปลายมีนาคมถึงสงกรานต์ แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ และปริมาณฝนไม่มากอย่างที่ต้องการ

จากนั้นอาทิตย์จรเข้าเมษ-ธาตุไฟและพฤษภ-ธาตุดิน ขณะที่อังคาร-เสาร์ถอยหลังพร้อมกัน สภาวะแห้งแล้งจะทวีความรุนแรงเป็น “แล้งมหาภัย” แน่นอน ซึ่งกินเวลาถึง 18 มิถุนายน จากนั้นอังคารเดินหน้า แต่เสาร์ยังถอยหลังอยู่ ฝนยังไม่มาและคงแล้งต่อเนื่อง

กลางกรกฎาคม อาทิตย์ยกเข้ากรกฎ-แม่ธาตุน้ำฝนเริ่มตกช่วงนี้ แต่ก็ไม่มากนัก ฝนจะตกเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ ก็ต่อเมื่อเสาร์วิกลคติเสริด 13 สิงหาคม 59 (หน้าหลัง 10 วัน) เป็นต้นไป

หลังสงกรานต์ถึงกลางกรกฎาคม คือ 100 วันอันตรายที่เราทุกคนต้องเตรียมตัวครับ