หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์
สื่อยักษ์ใหญ่ของโลก 4 ค่าย พุ่งเป้ามาที่ประเทศไทย โดยเฉพาะการบริหารบ้านเมืองหลังยึดอำนาจจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของรัฐบาลคสช.
000 ในทางการเมือง“ชัดเจน”ว่าเป็นการเริ่มต้นส่งสัญญาณเคลื่อนไหว ในวันที่กำลังจะมีการคลอด“กติกา”ใหม่ ผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ท่ามกลาง“ข้อเสนอ”จาก ครม.ที่ชวนให้ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“ขั้วตรงข้าม”ต้องหวั่นใจ
000 คำ“หลุดปาก”ของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตอกย้ำการคงอำนาจ“คู่ขนาน” รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปอีก 5 ปี ก็ยิ่งเป็น“ตัวเร่ง”ที่ทำให้“ทักษิณ”อยู่เฉยไม่ได้
000 ครั้งนั้น“ฝ่ายความมั่นคง”ประเมินว่า“ปฏิบัติการ”นี้จะถูกขับเคลื่อนออกมาเป็นระลอก จากการ“เปิดปาก”ผ่านสื่อนอก ใช้เวทีต่างประเทศ ตามยุทธศาสตร์“โลกล้อมไทย”... จะตามมาด้วยการ“เคลื่อนไหว”ของบรรดา“เครือข่าย-แนวร่วม-ลูกสมุน”และผู้ที่ยังแอบมีหวังจะ“ได้ดี”ในวันที่“นายใหญ่”กลับมามีอำนาจ
000 อาจเป็น“เรื่องเดียวกัน”กับการออกมาวิพากษ์รัฐบาล ของอดีตนายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธ แต่คงจะเพราะ“ตกยุค”ไปแล้ว จึงไม่เกิดแรงกระเพื่อม จนแม้แต่“สื่อ”บางสำนักก็ยังไม่นำเสนอข่าว
000 รวมถึงกรณีล่าสุดของ วัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ ที่ถูกเชิญตัวไปปรับทัศนคติ 12 ชั่วโมงเต็ม ตามด้วยการส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.นางเลิ้ง ในข้อหาตาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์...ที่มีแกนนำ“พรรคเพื่อไทย”หลายคน ร่วมเดินทางไปให้กำลังใจ อย่างเช่น ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรค
000 กรณีนี้“คล้าย”กับกรณี“ขึ้นรถไฟ”ของกลุ่มสอบความโปร่งใส นำโดย“จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ที่ฝ่ายความมั่นคงต้องคิดเยอะ ว่าจะ“จับ”หรือ“ไม่จับ”ต้องชั่งน้ำหนักว่าได้คุ้มเสียหรือไม่
000 เพราะกรณีนี้ วัฒนา รู้อยู่แก่ใจว่าการออกมา“จัดหนัก” ไม่พ้นต้องมีทหารมา“รับตัว” ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามว่าเป็นความตั้งใจเช่นนั้นหรือไม่ มีเป้าประสงค์อย่างไร แล้วการจัดการของทหาร หมายถึงการ“บรรลุ”เป้าหมายแล้วใช่หรือเปล่า
000 หรือหากมองแทนฝ่าย“ทหาร”ก็คงเห็นความจำเป็นต้อง“ปราม”และ“ตัดไฟเสียต้นลม” เพราะเป็นไปได้สูงว่าการเคลื่อนไหวนี้จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความ“เข้มข้น”ขึ้นเรื่อยๆ
000 โดยเฉพาะกรณีที่ต้อง“จับตา” ทักษิณ ชินวัตร บนเวทีสถาบันนโยบายโลก ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัย ยังไม่มี“แอคชั่น” และรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ มองว่าจะไม่มีการพูดจา“ให้ร้าย”ประเทศไทย ???
000 ขณะที่อีกหนึ่งปฏิบัติการของ วัฒนา เมืองสุข ในการออกมาตอบโต้ผ่านสื่อออนไลน์ แทนสื่อใหญ่ สรยุทธ สุทัศนจินดา กรณีถูกกระแสสื่อ กระแสสังคมกดดันในเชิง“จริยธรรม”ให้“หยุด”ปฏิบัติหน้าที่ หลังจากมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงความผิดของ“ไร้ส้ม”ที่ทำ อสมท เสียหายถึง 138 ล้าน
000 จากการโพสต์ของวัฒนา เป็นผลให้มีการ“คอมเมนต์”ตามมาเป็นพรวน...ข้อคิดความเห็นส่งกลิ่น“เหลือง-แดง”ชัดเจน จนอาจมองได้ว่าเป็นภารกิจ“ปลุกเร้า”ที่บรรลุเป้าหมายไม่ต่างกันในการ“สร้างกระแส”
000 ขณะเดียวกันท่ามกลางเสียงกองเชียร์“เลือกข้าง” ก็เสมือนเป็นการ“ผลัก”ให้สื่อชื่อดัง กลายเป็นคนของ“กลุ่มสี”ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะ“ปลาบปลื้ม”มากแค่ไหน
000 ทั้งยังมีเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป...ในส่วนที่เริ่มมีการ“ขยายผล” ทั้งการถอนโฆษณาของผู้สนับสนุนรายการ การเปิดประเด็นค่าเวลานาทีละกว่า 2 แสน ที่อาจเป็นสาเหตุที่ต้นสังกัด“ตัด...”ไม่ลง หรือข่าวลือการถือหุ้นหลายบริษัท รวมทั้ง “ฮาวคัม”ของ พานทองแท้ ชินวัตร
000 รวมไปถึงการแจ้งความของ อสมท ใน 3 คดี เมื่อปี2549...ที่เป็นข่าวในขณะนี้เพิ่งจะเป็นการดำเนินคดีแรกในข้อหา“ทุจริต”ส่วนข้อหา“ฉ้อโกง”และ“ปลอมแปลงเอกสาร”ยังอยู่ในกระบวนการ !!!
.....................................
อัชชาวดี [email protected]






