คณะรัฐประหารจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ไม่ได้มีสำนึกประชาธิปไตยจ๋าเยี่ยงชาวตะวันตก “จอมพลสฤษดิ์” จึงประดิษฐ์วาทกรรม “ประชาธิปไตยแบบไทย” และขายชุดความคิดนี้ผ่านสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อปี 2501
พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จากผลพวงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 ที่เปิดช่องให้ “คนนอก” เป็นนายกฯ และสมาชิกวุฒิสภาสมัยนั้น ทรงอำนาจ สื่อมวลชนจึงเรียกขานว่า ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ
นักเลือกตั้ง พ.ศ.โน้น ล้วนอยู่ในกรอบกติกา ไม่มีใครกล้าเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก “กองทัพ” ยังมีพลานุภาพเหนือการเมือง
ด้วยหลักคิด “อำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร 2557 จึงประกาศจะอยู่ต่ออย่างน้อย 5 ปี เพื่อควบคุมสถานการณ์เลือกตั้ง
คำประกาศข้างต้นนี้ ท้าทายพลังประชาธิปไตย ซึ่งกาลครั้งหนึ่ง ขบวนการประชาธิปไตยไทยที่ต่าง พ.ศ. ต่างรุ่น ได้ลุกขึ้นมาขับไล่คณะทหาร 2 ชุด ให้พ้นจากวงจรอำนาจ
มาถึง พ.ศ.นี้ ขบวนประชาธิปไตยไทยหายไปไหน?
เมื่อเร็วๆนี้ “ปัญญาชนคนเสื้อแดง” ตั้งข้อสังเกตเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NMD) และพลเมืองโต้กลับ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ดูไม่มีพลัง เพราะมีคนเข้าร่วมระดับ 100-200 คน ส่วนใหญ่เป็นป้าๆ ขาประจำเสื้อแดง
ถ้าย้อนไปดูในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การชุมนุมของคนเสื้อแดงขั้นต่ำก็หลักพัน และขยับเป็นหลักแสนในการชุมนุมใหญ่
นักทฤษฎีเสื้อแดงมองว่า ขอแต่คนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ 2-3 พันคน มาร่วมกิจกรรมอย่างของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ก็จะทำให้พลังการเคลื่อนไหวสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่มาก
ทำไมคนเสื้อแดงไม่ร่วมกิจกรรมกับกลุ่มประชาธิปไตยใหม่?
พูดกันตรงๆ คนเสื้อแดงส่วนใหญ่คือ “คนรักทักษิณ” จึงรอฟังการแถลงจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรืออดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย
ตรงกันข้าม บรรดา “แดงอิสระ” ที่ถอยห่างออกจาก “ทักษิณ” และเครือข่าย เพราะมีเหตุปัจจัยสองสามประการ
คนเสื้อแดงและประชาชนที่ไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ต่อต้านเผด็จการ รู้สึกว่าถูก “ทักษิณ” หักหลัง จากการให้พรรคเพื่อไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ทักษิณไม่ใช่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่เป็นพ่อค้าที่ถนัดการต่อรอง
ทักษิณไม่ชัดเจนว่า จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือจะสู้เพื่อให้ตัวเองได้กลับบ้าน
ฉะนั้น ทักษิณจึงหมดความชอบธรรมในการนำมวลชนไปแล้ว เพราะความผิดพลาดที่ทำให้มวลชนคนเสื้อแดงบาดเจ็บ และเสียชีวิต
อย่างการให้สัมภาษณ์ของทักษิณครั้งล่าสุด เว็บไซต์แดงฮาร์ดคอร์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "ถ้าหากการเงียบสงบรอท่าที อย่างที่ทักษิณเคยบอกกับคนเสื้อแดงเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว จะสิ้นสุดลง ก็เป็นสัญญาณที่มีผู้ให้การต้อนรับจำนวนไม่น้อย...
“เว้นเสียแต่จะเป็นเพียงส่งสัญญาณเกี้ยเซี้ย ที่ฝ่ายตรงข้ามเองก็ไม่เห็นคุณค่า ไม่น่าเชื่อถือ เหมือนที่ผ่านๆ มา ก็จะทำให้สถานะแกนนำทางฝ่ายประชาธิปไตยของทักษิณ ต้องมีอันเสื่อมทรามลงไป”
ขณะเดียวกัน เสียงโหวกเหวกโวยวายของทักษิณ กลับเป็นผลดีแก่ คสช. ยิ่งมีเสียงจากคนแดนไกลส่งสัญญาณมาถึงเมืองไทยมากเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้ “แนวร่วม คสช.” บางกลุ่มที่ไม่พอใจฝีมือการบริหารประเทศ กลับมาหนุน คสช.และตอบโต้ทักษิณ
ตราบที่ “ทักษิณ” ยังเล่นการเมืองอยู่ ตราบนั้น พลังประชาธิปไตยแบบ 14 ตุลา หรือพฤษภา 35 ก็ยากที่จะเกิดขึ้น






