การให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ยักษ์ใหญ่ 4 สำนัก
ภายในระยะเวลาเพียง 2-3 วัน ของทักษิณ ชินวัตร ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา
และไม่ใช่ความบังเอิญที่ทั้งไฟแนนเชียลไทม์ วอลล์สตรีทเจอนัล รอยเตอร์สและอัลจาซีรา จะใจตรงกัน
แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่เหนือไปจากความคาดหมาย เพราะ“เงื่อนเวลา” ทางการเมืองเรื่องเริ่มงวดเข้ามาทุกขณะ
โดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังเดินมาถึงโค้งสุดท้าย พร้อมกับท่วงทีของคณะรัฐมนตรีที่มีข้อเสนอ 16 ข้อส่งตรงถึงกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ของมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ตอกย้ำถึงการ“อยู่ต่อ”
อีกทั้งเป็นการย้ำชัดมากขึ้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ที่จะมีการ“คงอำนาจ”รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ต่อเนื่องยาวนานไปอีก 5 ปี
ในขณะที่ทักษิณ เอง ก็เชื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าการ“รัฐประหาร”ที่ผ่านมา เป็นเจตนาสกัดไม่ให้พรรคเพื่อไทย และคนตระกูลชินวัตร กลับสู่สนามทางการเมืองได้อีก
รวมถึงมีเหตุให้ชวนกังวลว่า มีความพยายามจากฝ่ายทหารในการ“สืบทอดอำนาจ”
หากไม่ดิ้นรนอย่างหนึ่งอย่างใด จากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนกว่า 7 ปี อาจจะได้ “ต่ออายุ” ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
รวมไปถึง“หมดโอกาส”ที่จะเข้ามามีบทบาททางการเมือง ซึ่งหมายรวมถึงโอกาสสะสางคดีความสำคัญทั้งหลาย
โดยเฉพาะคดีของ“น้องสาว” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากโครงการรับจำนำข้าว ที่ในส่วนคดีอาญามีโทษสูงสุดถึง 10 ปี และคดีแพ่งมีการเรียกเงินชดใช้มากกว่า 2 แสนล้านบาท จากมูลค่าความเสียหายโดยรวม 5 แสนล้านบาท
และคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทยหมื่นล้าน ในการอนุมัติเงินกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานคร ของ “ลูกชาย” พานทองแท้ ชินวัตร ที่ล่าสุดถูกดีเอสไอ เรียกสอบพร้อมกับ กาญจนาภา หงส์เหิน คนสนิทคุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ และ มานพ ทิวารี พ่อของ ศิธา ทิวารี
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร ครั้งนี้นอกจากเงื่อนไขที่ “บีบรัด” แล้วยังเป็นการอาศัยช่วงจังหวะที่หลายปัญหา ที่กำลังประเดประดังใส่รัฐบาล คสช.
หลังจากที่เคยเอ่ยปากกับคนใกล้ชิดก่อนหน้านี้ให้“หมอบ”รอเวลา
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่หนักข้อขึ้นทุกวัน และส่งผลกระทบไปถึงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการลงทุน ส่งออก อุตสาหกรรม ลงไปจนถึงระดับ“รากหญ้า” และปัญหา“ภัยแล้ง”ที่ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงปัญหาราคายางพารา การตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ ฯลฯ ก็ง่ายต่อการปลุกระดม สร้าง“แนวร่วม”
ที่สำคัญประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ และข้อเสนอต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี ก็เริ่มสร้างความกังวลใจ และความ“ไม่ไว้วางใจ”ให้กับสังคม ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มการเมืองที่เคยให้การสนับสนุน ยังออกมาตั้งคำถามว่าเป็นการ “ทำเพื่อใคร”
เป็นการอาศัยช่วงเวลาที่กำลังเกิดความ“อึมครึม”ทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นประเด็นร้อนและ “เปราะบาง” ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะบิดเบี้ยวไปจากโรดแมพ ที่มีการ“สัญญา” ไว้กับประชาชนและนานาชาติหรือไม่
การเคลื่อนไหวของ ทักษิณ เป็นการ “มาตามนัด” ตามการวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่มองว่าจะมีการใช้เครือข่ายคนเสื้อแดงในต่างประเทศเปิดประเด็นกดดันรัฐบาล พร้อมกับการเคลื่อนไหวของบรรดานักสิทธิมนุษยชน
รวมไปถึงการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์จัดการกับ “สื่อต่างประเทศ” และให้ช่วยกันโหมประโคมข่าว
ที่สำคัญจากนี้ไปจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของ “แนวร่วม-สมุน-เครือข่าย” ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
รวมไปถึงการปฏิบัติการข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ ของเครือข่ายคนเสื้อแดง และกลุ่มสนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่จะเพิ่มความคึกคักมากขึ้นด้วยเช่นกัน !!!






