หลายสำนักคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่าจะขยายตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 3 % ขณะที่ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นความหวัง
นางสาววรรณสิริ โมรากุล รองปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย 29.88 ล้านคน ขยายตัว 20.44 % สร้างรายได้ 1.44 ล้านล้านบาท ขยายตัว 23.35 % ถือว่ามีการเติบโตสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2557 มากถึง 2.7 แสนล้านบาท คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 138.8 ล้านคน – ครั้ง สร้างรายได้ 7.9 แสนล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2558 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.23 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 2.20 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 30,000 ล้านบาท
สำหรับปี 2559 วางเป้าหมายว่า ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.3 ล้านล้านบาท เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.5 ล้านล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ 8 แสนล้านบาท สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยถึง 32.5 ล้านคน
รายได้จาการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศ มีสัดส่วน 10% ของ GDP ก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน 4% ของการจ้างแรงงานรวมของประเทศ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อทริปเฉลี่ย 3.24 หมื่นบาท วันพำนักเฉลี่ย 6.3 วัน รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายระยะ 10 ปีข้างหน้า จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้เป็น 15% ของ GDP หนุนให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มเป็น 7% ของการจ้างแรงงานรวม เพิ่มวันพำนักเฉลี่ยเป็น 9 วัน
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวิถีไทยมากขึ้น เช่น การดำเนินชีวิตแบบไทยๆ เน้นศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาหารการกิน เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติและคนไทย ท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการ
การท่องเที่ยวจึงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับท่านผู้ประกอบการ SME ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ทั้งการจำหน่ายอาหาร โรงแรม การขนส่ง ธุรกิจสปา นวดแผนไทย การขนส่ง และบริการ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กำลังหาแนวทางทำให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติซื้อสินค้าชุมชน โดยแนวทางหนึ่งคือ มาตรการทางด้านภาษี โดยการหักลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าชุมชน รายได้จากการท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี จะส่งผลให้ท่านผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าและบริการมากขึ้น เป็นโอกาสที่ท่านผู้ประกอบการจะต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อม
นอกจากมาตรการกระตุ้นให้ซื้อสินค้าชุมชนด้วยการลดภาษี ยังมีผู้ประกอบการ SME อีกเป็นจำนวนมากที่ยังดำเนินกิจการ มีความรู้ มีประสบการณ์ อยากให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเนื่องจาก พวกเขาไม่อยู่ในเงื่อนไขจากมาตรการช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา
กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่ขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถชำระหนี้ธนาคารได้ตามเงื่อนไข หากได้รับการช่วยเหลือจะกลับมาเป็นหนี้ปกติในอนาคต และอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์ขายหนี้ให้กับ Non Bank ต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยที่สูง แต่ยังมีความตั้งใจชำระหนี้ ทั้งสองกลุ่มหากมีมาตรการช่วยเหลือเช่นเดียวกับการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
พวกเขาจะกลับมาพลิกฟื้นกิจการได้อย่างแน่นอนครับ






