วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูนุสประกาศสัญญาณอันตราย: เศรษฐี 1% มั่งคั่งกว่า 99% ของโลก

ผมพบกับ Muhammad Yunus

 เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่ธากาเมื่อสัปดาห์ก่อน... ได้ฟังปาฐกถาน่าตื่นตาตื่นใจ ข้อเสนอให้ใช้ “พลังประชาชน” หยุดยั้งปัญหา “รวยกระจุก จนกระจาย” 1% ของประชากรมีความมั่งคั่งมากกว่า 99% ของโลก

ยูนุสได้รับการยอมรับทั่วโลก ในฐานะนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมของบังกลาเทศ ด้วยการทำโครงการ “ธนาคารคนจน” ผ่านระบบไมโครเครดิตและไมโครไฟแนนซ์ จนกลายเป็นรูปแบบของการช่วยเหลือคนจน โดยให้กู้รายย่อยเพื่อให้รากหญ้าสร้างเนื้อสร้างตัวได้ด้วยการพึ่งพาลำแข้งของตนเอง ไม่ใช่คอยแบมือขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือนักการเมือง

ธนาคาร Grameen Bank ที่เขาสร้างขึ้นมากลายเป็นรูปแบบการพัฒนาจากระดับล่าง พิสูจน์ให้เห็นว่าคนจนสามารถบริหารเงินกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพหรือ NPLs น้อยกว่าระบบธนาคารปกติสำหรับชนชั้นกลางและคนรวยด้วยซ้ำ

คำว่า grameen มาจาก gram ในภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “หมู่บ้าน” หรือ “ชนบท”

ธนาคารกรามีนให้คนจนกู้โดยไม่ต้องมีการค้ำประกัน เพื่อช่วยเหลือคนยากคนจนในการตั้งตัว แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจนรัฐสภาบังกลาเทศ ออกกฎหมายรับรองเป็นสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่

วันที่ผมพบกับยูนุส เขาขึ้นเวทีนำเสนอทางออกภายใต้หัวข้อ “Can Wealth Concentration be Stopped?”

เขายืนยันว่าปัญหาความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ที่คนเพียง 1% ที่ร่ำรวยกว่าคน 99% นั้นได้กลายเป็นอันตรายที่คุกคามทั้งโลกแล้ว และทางออกก็คือการระดม “พลังของพลเมือง” ที่จะต้องใช้ “Social Business” หรือ “ธุรกิจสังคม” ที่ไม่ได้หวังกำไร แต่ทำเพื่อ “แก้ปัญหาสังคม” อย่างจริงจัง

ยูนุสบอกว่าบริษัทใหญ่ ๆ เอกชน องค์กรทุกภาคส่วนจะต้องยื่นมือมาช่วยด้วยการบริจาคเงิน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อสังคมเหล่านี้

เขาเสนอว่าบริษัทเอกชนทั้งหลายควรจะขอให้ผู้ถือหุ้นลงนามใน “คำมั่นที่จะให้” (Giving Pledge) เพื่อยอมให้ตัดเงินปันผลเป็นเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ ใส่เข้าไปเป็นหุ้นในกองทุนธุรกิจเพื่อสังคม และหากจำเป็นหุ้นที่ว่านี้ก็สามารถขายต่อไปให้นักลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคมอื่น ๆ ณ ราคาต้นทุน หากทำเช่นนี้ได้เงินลงทุนส่วนนี้ก็จะไม่หายไปไหน ยังสามารถหมุนเวียนอยู่ในแวดวงของธุรกิจ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้

“หากเราสร้างธุรกิจเพื่อสังคมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนก็จะไม่ใช่ผู้วิ่งหางานทำ แต่กลายเป็นผู้สร้างงานให้สังคม ไม่ใช่ job seekers แต่เป็น job creators อย่างมีนัยสำคัญ” ยูนุสประกาศก้องกลางเวทีกลางเมืองหลวงของบังกลาเทศในงานฉลองครบ 25 ของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษยอดขายสูงสุดของประเทศที่ชื่อ Daily Star ซึ่งเป็นหนึ่งใน 22 สมาชิกของเครือข่ายข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Asia News Network (ที่เครือเนชั่นเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อ 15 ปีก่อน)

ยูนุส ณ วัย 76 ยังคึกคักสดใส ไปไหนมาไหนก็ยังมีคนห้อมล้อมแสดงความชื่นชมในความพยายามจะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับชาวรากหญ้า

ผมถามเขาว่า “มีเรื่องใหม่อะไรในใจอีก?”

ยูนุสยิ้มกว้าง “หยุดไม่ได้ ต้องคิดตลอดเวลา เพราะปัญหาบ้านเมืองนี้มีมากมายเหลือเกิน”!