วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุบเลิกบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจ

เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)

 หรือซูเปอร์บอร์ด มีมติเห็นชอบในหลักการ แผนการบริหารจัดการบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจ เฉพาะกิจการที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นในสัดส่วนตั้งแต่ 25% ขึ้นไป มีอยู่ทั้งหมดจำนวน 158 บริษัท

หลังจากเมื่อปี 2558 คนร.ได้มีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดตั้ง การร่วมทุน และการกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจไปแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการกำกับเรื่องการตั้งบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงาน ป้องกันปัญหาการใช้บริษัทลูกเป็นช่องทางในการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังกำกับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการดำเนินทั้งของตัวบริษัทลูก และตัวรัฐวิสาหกิจเอง เพราะที่ผ่านมา มีปัญหาว่า รัฐวิสาหกิจมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาจำนวนมาก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ บางแห่งตั้งขึ้นมาแล้วไม่มีได้ทำอะไร บางแห่งก็มีผลดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่อง

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ จึงให้รัฐวิสาหกิจ ทบทวนสถานะของบริษัทลูกที่รัฐวิสาหกิจนั้นถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ดูว่าแต่ละแห่งมีผลการดำเนินงานอย่างไร สอดคล้องกันภารกิจ และวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหรือไม่ ควรจะต้องยุบเลิก หรือแก้ไขปัญหาอย่างไร

หลังจากได้ข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจแล้ว สคร.ได้จัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ทำตามภารกิจหลักและมีกำไร จำนวน 81 บริษัท 2.กลุ่มที่ทำตามภารกิจแต่ขาดทุน จำนวน 29 บริษัท 3. กลุ่มที่ไม่ทำตามภารกิจแต่มีกำไร 7 บริษัท 4. กลุ่มที่ไม่ทำตามภารกิจและขาดทุน 37 บริษัท และ5. กลุ่มที่จัดตั้งตามภารกิจเฉพาะจำนวน 4 แห่ง

ในจำนวนนี้ คนร.มีมติให้ยุบเลิกกิจการ หรือให้รัฐวิสาหกิจถอนการลงทุนออกมา จำนวน 44 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มกิจการที่ไม่ได้มีการดำเนินงานตามภารกิจหลัก หรือไม่สอดคล้อง ไม่เกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนภารกิจของรัฐวิสาหกิจแม่ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ทั้งส่วนที่ขาดทุน และส่วนบริษัทที่มีกำไร

ส่วนบริษัทที่ดำเนินการสอดคล้อง หรือสนับสนุนภารกิจของรัฐวิสาหกิจแม่นั้น คนร.มีมติให้มีอยู่ต่อไปได้ แต่หากบริษัทใดมีผลการดำเนินงานขาดทุน รัฐวิสาหกิจจะต้องทำแผนแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ทั้งส่วนที่ต้องยุบเลิก ถอนการลงทุน และแก้ไขการขาดทุน รัฐวิสาหกิจนั้นๆ จะต้องดำเนินการตามระเบียบ และขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมรายงานให้คนร.รับทราบทุก 3 เดือน

แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จะไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจที่จะต้องถูกยุบเลิกไป แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่าในจำนวน 44 บริษัท คงจะต้องมีกิจการในเครือของกลุ่มบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รวมอยู่ได้ เพราะกลุ่มปตท.ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีบริษัทลูก และบริษัทในครือมากที่สุด

ปตท.แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ก็เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับ รัฐวิสากิจในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่ง ทั้งอสมท. การบินไทย การท่าอากาศยานไทย (ทอท.) นอกจากนี้ยังมีบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกัน

การดำเนินการใดๆ ตามมติของคนร. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะหากมีการยุบเลิก หรือถอนการลงทุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาจจะกระทบกับราคาหุ้นของรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องได้

นอกจากนี้การดำเนินการใดๆ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงคาดว่าการยุบเลิกบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจทั้ง 44 แห่งนี้ คงไม่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเร็ววันนี้

.......................................

วรินทร์ ตริโน