เมื่อวานเขียนถึง ทิศทางของสหรัฐ
หากประธานาธิบดีชื่อโดนัล ทรัมพ์ ซึ่งยึดนโยบายหลักคือจะไล่คน 11 ล้านคนที่อาศัยอยู่โดยไม่มีเอกสารถูกต้อง และจะห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศเด็ดขาด
เท่านั้นไม่พอ นโยบายสำคัญอีกข้อหนึ่งของทรัมพ์ คือจะสร้าง “กำแพงเมืองจีน” ยาวประมาณ 3,200 กิโลเมตรที่ติดกับประเทศเม็กซิโก เพื่อสกัดไม่ให้คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และป้องกันการค้ายาเสพติดผ่านชายแดนโดยสิ้นเชิง
แค่วาดภาพว่า กำแพงนี้หน้าที่เป็นอย่างไร เหมือนกำแพงเบอร์ลินหรือกำแพงเมืองจีนเพียงใด และจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความอัปลักษณ์ของสหรัฐไปอีกนานเท่าไหร่ ก็ยังไม่มีใครตอบได้
คำถามแรกคือ จะต้องใช้เงินเท่าไหร่? มีการประเมินขั้นต้นว่า จะต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 15,000 ถึง 25,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ 540,000 ถึง 900,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับค่าดูแลรักษาและกองทัพเหล่าผู้ลาดตระเวน ไม่ให้คนข้ามกำแพงมาทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ทรัมพ์ บอกว่า จะให้รัฐบาลเม็กซิโกเป็นคนจ่ายค่าก่อสร้างด้วยการคิดค่าภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้น บวกกับเงินที่จะยึดจากชาวเม็กซิโกที่ทำงานผิดกฎหมายอยู่ในอเมริกา และจะเพิ่มค่าวีซ่าสำหรับคนเม็กซิโกเข้าสหรัฐ
อดีตประธานาธิบดีเม็กซิโกฟิลิเป คัลเดรอน ประกาศทันทีว่า “เราจะไม่มีวันออกเงินก่อสร้างกำแพงบ้า ๆ นี้แน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องไร้สติและยังไงๆ ก็ไร้ประโยชน์”
หากจะสร้างกำแพงนี้จริง จะเอาเหล็กที่ไหนมา? ทรัมพ์เคยบอกว่า จะใช้เหล็กและวัตถุดิบของอเมริกาเอง แต่ผู้รู้เรื่องดีบอกว่า ผู้ผลิตอเมริกันเลิกทำเหล็กที่เป็นวัตถุดิบไปนานแล้ว ดังนั้นอาจจะต้องสั่งเข้าจากจีน
แต่ทรัมพ์ก็ไม่ชอบจีน ประกาศเป็นนโยบายว่า ถ้าชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้นำสหรัฐจะจัดการกับจีนที่แย่งงานจากสหรัฐไป และจะเล่นงานจีนที่เล่นกลกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน เพื่อสร้างข้อได้เปรียบของตนในการส่งออก
แปลว่า หากทรัมพ์เป็นใหญ่ในทำเนียบขาว ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งจะเสื่อมทรุดลงอย่างกะทันหัน และโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้าทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจะรุนแรงหนักหน่วงกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้อีกหลายเท่า
ที่คนกลัวที่สุดคือความกร้าวและห่ามของโดนัล ทรัมพ์ จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับสหรัฐทางด้านความมั่นคงอย่างยิ่ง
เพราะคนที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคือคนตัดสินใจว่า จะกดปุ่มนิวเคลียร์เพื่อเปิดศึกอำนาจทำลายล้างที่รุนแรงที่สุดในโลกได้
คนอเมริกันและชาวโลกจะไม่นอนผวาทุกคืนหรือหากโดนัล ทรัมพ์ เป็นคนกำหนดชะตากรรมของชาวโลกว่า จะใช้นิ้วกดปุ่มนิวเคลียร์นั้นได้แต่เพียงผู้เดียว?
ทรัมพ์ประกาศไว้แล้วว่า หากเขาเป็นใหญ่ในทำเนียบขาวจะต้องทำศึกเอาชนะจีนในทุก ๆ ด้าน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ
เขาบอกหนังสือพิมพ์ New York Times ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนทุกอย่างเป็น 45% แต่แม้ตอนหลังจะพยายามปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดชัดเจนขนาดนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเขาสามารถที่จะทำอะไรเพี้ยน ๆ ได้ตลอดเวลา
ถ้าเขาทำอย่างนั้นจะไม่ผิดกฎกติกาขององค์การการค้าโลกหรือ? คำตอบคือยังไง ๆ ก็ผิดแน่ แต่ทรัมพ์อาจบ้าพอที่จะอ้าง “ภาวะฉุกเฉิน” เพื่อใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดี โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส และแม้ว่า WTO จะเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร
หากทรัมพ์ชนะเลือกตั้งจริงและเดินหน้าตามนโยบายเหล่านี้ ไม่เพียงแต่สหรัฐเท่านั้นที่จะถูกกระทบอย่างแรงทันที เศรษฐกิจโลกก็จะปั่นป่วนไปทั่ว เพราะไม่มีใครรู้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาจะเจอกับความพิสดารของ “ท่านผู้นำมหาอำนาจ” ที่ชื่อทรัมพ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรบ้าง
ถึงวันนั้น หากฝันร้ายนี้เกิดขึ้นจริง ไม่เพียงแต่คนอเมริกันจะคิดว่าควรอพยพไปอยู่ประเทศไหนเท่านั้น คนทั้งโลกอาจจะต้องเริ่มคิดว่าจะอพยพไปอยู่โลกอังคารได้อย่างไรจริง ๆ...
ไม่ใช่แค่จินตนาการอย่างในหนังเรื่อง The Martian เท่านั้น!






