จากการเปิดเผยของ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วานนี้ (17 ก.พ.) ระบุดัชนีความความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 86.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 87.5 เมื่อเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นดังกล่าวปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย รวมทั้งการเร่งการใช้จ่ายในช่วงเดือนก่อนหน้า และความกังวลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ จากความกังวลดังกล่าว ผู้ประกอบการจึงให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศ และการผลักดันให้ผู้ประกอบการขยายตลาดการค้าการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อันจะเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ประเทศในปี 2559 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มตัวอย่างยังคงเห็นว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนประกอบการ
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 ปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือน ธ.ค. 2558 พร้อมระบุถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้าว่า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี แต่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นยังมีเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ดังนั้น ผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐในเดือน ม.ค. โดยต้องการให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในโครงการลงทุนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการบริโภคในประเทศผ่านนโยบายภาครัฐเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย พร้อมยกระดับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าไทยให้แข่งขันในเวทีโลก รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการขยายตลาดการค้าและการลงทุนไปยังเมืองสำคัญๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าไทยได้ ขณะที่ เศรษฐกิจโลกก็ไม่ได้ดูดี ซึ่งนักการเงินชี้ว่า ยังเป็นผลพวงจากวิกฤตการเงินโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์เต็มที่ แต่ละรอบการฟื้นตัวสมบูรณ์ต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี
หันไปมองสถานการณ์ตลาดไอที ก็มีรายงานข่าว 3 แบรนด์พีซีญี่ปุ่นจ่อรวมตัวสร้างอาณาจักรใหญ่ฟื้นธุรกิจ เพิ่มกำลังรับมือผู้ผลิตรายใหญ่ โดยบริษัท ไวโอ้ ที่แยกตัวมาจากบริษัทโซนี่ใกล้บรรลุข้อตกลงร่วมกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีสัญชาติเดียวกัน ทั้งโตชิบา และฟูจิตสึ หวังจะรวมธุรกิจพีซีเข้าด้วยกัน ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้เกิดยักษ์ใหญ่รายใหม่ในอุตสาหกรรมพีซี และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของเลอโนโว ยักษ์พีซีจีน รวมถึงเอ็นอีซีซึ่งปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งดีลครั้งนี้น่าจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการได้ปลายเดือน มี.ค.นี้ ท่ามกลางข้อมูลที่สำนักวิจัยตลาดได้เผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมพีซีทั่วโลกยังทรุดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดใหญ่ในเอเชียที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตัวได้ในเร็วๆ นี้ โดยภาพรวมของสถานการณ์แล้วทุกภาคส่วนคงต้องปรับตัว และประคองสถานการณ์กันต่อไปทั้งไทย และทั่วโลก









