วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประโยชน์ของ ‘ผู้เล่นใหม่’ ในธุรกิจค้าปลีก

อุตสาหกรรมค้าปลีกกำลังคึกคักไปกับ “ผู้เล่นใหม่”

   ทีซีซีกรุ๊ป ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี  ที่กระโดดลงสู่สมรภูมิค้าปลีกอย่างเต็มตัวเสียที หลังคว้าดีล “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” ในประเทศไทย เป็นเจ้าของเครือข่ายร้านค้าปลีกทันทีกว่า 700 สาขา ทั้งยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ “บิ๊กซี” ในประเทศเวียดนามอีก 30 สาขา มูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท ที่ต้องออกแรงช่วงชิงกับบรรดาทุนข้ามชาติ ทุนท้องถิ่น และแม้กระทั่งทุนไทย “กลุ่มเซ็นทรัล” ที่ล้วนต้องการเครือข่ายร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มาสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจด้วยเช่นกัน

ในเวียดนาม กลุ่มทีซีซี ภายใต้ บริษัท ไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Holding) ได้บรรลุข้อตกลงการซื้อขายธุรกิจค้าส่ง “เมโทร แคช แอนด์ แครี่ เวียดนาม” จากกลุ่มบริษัทเยอรมัน เมโทร กรุ๊ป (Metro Group) คว้ากิจการขายส่งทั้งหมดของเมโทร เวียดนาม ประกอบไปด้วย 19 ร้านขายส่งสินค้า และอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 655 ล้านยูโร ประมาณ 25,584 ล้านบาท

ทั้งไทยและเวียดนามล้วนเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และโอกาสสำหรับธุรกิจค้าปลีก ที่ยังมีการขยายตัวสูงในทุกรูปแบบการค้าปลีก ตามการเติบโตของกำลังซื้อ และพฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการหลากหลายรูปแบบ เป็นช่องทางสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกในการพัฒนาร้านค้าปลีก หรือรูปแบบบริการที่หลากหลายแพลตฟอร์มเช่นกัน

ในสถานะความเป็นเจ้าของกิจการเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ของเจ้าสัวเจริญ ต่างเป็นที่จับจ้องและหวั่นเกรงถึงการเป็นขั้วอำนาจใหม่ที่จะเข้ามาสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการบล็อกสินค้าคู่แข่งไม่น้อย!! แต่หากมองถึงประวัติศาสตร์ของขั้วอำนาจ ระหว่างกลุ่มโมเดิร์นเทรดที่ยุคหนึ่งวิตกถึงการยึดครองธุรกิจค้าปลีกประเทศไทย โดยเฉพาะกิจการร้านค้าปลีกดั้งเดิมประเภทโชวห่วย หรือแม้กระทั่งการวิตกกับการ “ฮั้ว” ระหว่างค้าปลีกข้ามชาติยักษ์ใหญ่ในการทำตลาด

แม้สิ่งเหล่านี้จะยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าอนาคตอันใกล้หรือไกลจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ด้วย “กลไกการตลาด” ยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคเป็น “สมาร์ทชอปเปอร์” ทั้งมี “โซเชียลมีเดีย” เป็นกระบอกเสียงชั้นดี เป็นช่องทางและความได้เปรียบของผู้บริโภคอยู่ไม่น้อยต่อทางเลือกใหม่ๆ ที่ได้สิทธิประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตที่ดีกว่าระบบการค้าและการเลือกซื้อสินค้าเช่นในอดีต

ด้วยสถานะ “ผู้เล่นใหม่” ของทีทีซีกรุ๊ป ในธุรกิจค้าปลีกที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ช่วงชิงลูกค้าและยอดขายกันทุกนาที!! โจทย์สำคัญจะทำอย่างไรให้เกิดการรับรู้ต่อแบรนด์และความเป็นเจ้าของ การรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ไม่น้อย การสร้างฐานลูกค้าใหม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาใหม่ต้องนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง แน่นอนว่าผลประโยชน์ตกที่ผู้บริโภคโดยตรง

ประการสำคัญ หากเจ้าสัวเจริญ สามารถคว้าดีล “บิ๊กซี” เวียดนาม หรือแม้กระทั่ง “กลุ่มเซ็นทรัล” ซึ่งถือเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาดเวียดนาม ผลดีย่อมตกอยู่กับ “ผู้ประกอบการไทย” ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ที่จะสามารถใช้เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ เป็นช่องทางในการกระจายสินค้า รองรับผู้ประกอบการไทย ในการเปิดตลาดเวียดนามได้ดีกว่าอย่างแน่นอน